FIFA Forward 2.0 : กับการสนับสนุนให้ชาติสมาชิกพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

26 ก.พ. 2019 19:32:33

2 months ago

House of Thai Football จะมาอธิบายถึงเงินสนับสนุนจากฟีฟ่า ในโครงการ FIFA Forward 2.0 ที่ใช้ในการพัฒนาเกมลูกหนัง
Picture

ประเด็นสำคัญ

  • ฟีฟ่าได้กำหนดงบประมาณสนับสนุนแก่ประเทศสมาชิกในโครงการ FIFA Forward ในรอบปี 2019-2022
  • แบ่งเป็นค่าบริหารจัดการในองค์กร 1 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ต่อปี และอีก 2 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ไว้สำหรับการพัฒนาลูกหนัง สำหรับระยะเวลา 4 ปี โดยเงินก้อนหลัง จะขึ้นอยู่กับมูลค่าของโครงการที่สมาคมฟุตบอลของชาตินั้นๆ เขียนไปนำเสนอต่อฟีฟ่า
  • โดย ฟีฟ่า อนุญาตให้นำเงินจาก FIFA Forward มาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งบนที่ดินของรัฐหรือเอกชน จากการเช่าหรือซื้อก็ได้ โดยมีระยะเวลาการครอบครองตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป

จากวัตถุประสงค์ ที่ต้องการให้แต่ละชาติเกิดการพัฒนา และยกระดับมาตรฐานลูกหนังให้มีความทัดเทียม เพื่อประโยชน์ต่อวงการฟุตบอลโดยรวม ที่จะได้เห็นเกมที่มีคุณภาพ

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า จึงได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนให้กับประเทศสมาชิก เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนที่เกิดประโยชน์ และโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ อย่าง FIFA Forward ขึ้น

สำหรับในรอบงบประมาณแรก ช่วงระหว่างปี 2016-2018 ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง เมื่อหลายประเทศนำเงินดังกล่าว ไปสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน

กรณีศึกษาจากสหราชอาณาจักร

กับดินแดนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ต้นกำเนิดฟุตบอลสมัยใหม่ และมีลีกซึ่งเป็นที่นิยมไปทั่วโลก อย่างอังกฤษ พวกเขาก็นำเงินจาก FIFA Forward ไปใช้พัฒนาเกมลูกหนังเช่นกัน

โดยสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ใช้เงินดังกล่าว ไปกับการจัดศูนย์ฝึกฟุตบอลสำหรับเด็กผู้หญิง อายุระหว่าง 5-11 ปี เพื่อให้ผู้หญิงหันมามีส่วนร่วมกับกีฬาฟุตบอลมากขึ้น ซึ่งสโมสรหรือองค์กรใด ลงทะเบียนเป็นศูนย์ฝึกฟุตบอลหญิงกับสมาคม ก็จะได้รับเงินสนับสนุน รายละ 900 ปอนด์ด้วยกัน

ส่วนที่สก็อตแลนด์ พวกเขานำเงินที่ได้ ไปปรับปรุงศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติโอเรียม (Oriam) ที่ตั้งอยู่ในบริเวณมหาวิทยาลัยเฮเรียต-วัตต์ วิทยาเขตริคคาร์ตัน กรุงเอดินบะระ อาทิเช่น เทคโนโลยีในการวิเคราะห์ฟอร์มการเล่น รวมไปถึงการติดตั้งที่นั่งบนอัฒจันทร์สำหรับผู้ชม

ผลงานที่เป็นรูปธรรมในประเทศอื่นๆ

ที่ฮังการี สมาพันธ์ฟุตบอลของพวกเขา นำเงินจาก FIFA Forward ไปสร้างสนามหญ้าเทียม 40 แห่ง ทั่วประเทศ ในพื้นที่ๆ ห่างไกลความเจริญ บนความร่วมมือจากรัฐบาลท้องถิ่น เพื่อให้เด็กๆ และคนในชุมชน ได้เล่นฟุตบอลตลอดทั้งปี

เช่นเดียวกับ เม็กซิโก ที่นำเงินสนับสนุนดังกล่าวไปก่อสร้างสนาม บริเวณที่ทำการใหม่ของสมาพันธ์ จัดทัวร์นาเม้นต์ฟุตบอลหญิงและเยาวชน

ขณะที่มาซีโดเนีย พวกเขาได้สร้างศูนย์ฝึกฟุตบอล บริเวณใกล้กับสำนักงานสมาคมฟุตบอล เพื่อให้เด็กในอะคาเดมีสามารถกิน, อยู่, หลับ, นอน และสามารถโฟกัสไปกับการเล่นฟุตบอลและการเรียนได้อย่างเต็มที่

ส่วนตุรกี ก็ได้นำไปสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในสปอร์ต คอมเพล็กซ์ แห่งใหม่ ในเมืองอิสตันบูล

กับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ

สำหรับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้นำไปใช้ในการสร้างที่ทำการสมาคมฯ ในปี 2016 ก่อนจะสร้างศูนย์พัฒนาศักยภาพกีฬาฟุตบอล บริเวณมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ในปี 2017

ซึ่งพื้นที่ดังกล่าว ทางมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ได้มอบให้ เพื่อใช้สร้างศูนย์ฝึกฟุตบอลเยาวชนแห่งชาติ โดยไม่เสียค่าตอบแทน เป็นระยะเวลา 20 ปี

ปัจจุบัน ได้เป็นสถานที่เก็บตัวสำหรับทีมชาติชุดเยาวชน และทีมหญิง รวมถึงจัดทัวร์นาเม้นต์ฟุตบอลลีกหญิง และฟุตบอลเยาวชน เช่นเดียวกับกิจกรรมสอนฟุตบอล ครอบคลุมไปถึงการจัดอบรมผู้ฝึกสอนในบางครั้งด้วย

และในปี 2018 ที่ผ่านมา สมาคมฯ ก็นำงบประมาณ ไปสร้างแบบแปลน และทำแคมเปญหาผู้ร่วมทุนทำสนามแห่งใหม่ ที่สร้างมาเพื่อการแข่งขันฟุตบอลโดยเฉพาะ เช่นเดียวกับการวางระบบสารสนเทศ เพื่อใช้ในการทำงาน และการจัดการแข่งขัน เพื่อก้าวไปสู่การเป็น e-office

จะเห็นว่า ฟีฟ่า เปิดกว้างกับทุกโครงการของชาติสมาชิก ไม่ได้จำกัดเฉพาะความร่วมมือระหว่างสมาคมฟุตบอลกับภาครัฐเท่านั้น หากมีความร่วมมือเกิดขึ้นระหว่างสมาคม กับภาคเอกชน ก็สามารถทำได้เช่นกัน หากโครงการนั้นๆ เกิดประโยชน์กับวงการฟุตบอลภายในประเทศในระยะยาว 

 

เขียน/เรียบเรียง : ศุภโชค อ่วมกลัด
ที่ปรึกษา : พาทิศ ศุภะพงษ์