สมาคมฯ แถลงข่าวเปิดตัว อากิระ นิชิโนะ ที่ประเทศไทย

21 ก.ค. 2019 14:21:00

3 weeks ago

สมาคมฯ แถลงข่าวเปิดตัว อากิระ นิชิโนะ เป็นผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ชุดใหญ่ และรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี
Picture

วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 24 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดงานแถลงข่าวเซ็นสัญญา อากิระ นิชิโนะ เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทยชุดใหญ่ และทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี

สำหรับงานแถลงข่าวครั้งนี้ พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พร้อมด้วย มร. อากิระ นิชิโนะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยชุดใหญ่ และรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ร่วมกันแถลงข่าว ในการเข้ารับตำแหน่งดังกล่าวต่อหน้าสื่อมวลชนในไทย

โดย พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ กล่าวว่า “ผมในนามนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะประกาศแต่งตั้ง มิสเตอร์ อากิระ นิชิโนะ เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทยคนใหม่ ทั้งกับทีมชาติชุดใหญ่ และ รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี อย่างเป็นทางการ”

“ผมรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ที่ได้ มิสเตอร์ อากิระ นิชิโนะ มาเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน เขาเคยมีประสบการณ์พาทีมชาติญี่ปุ่นเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลกมาแล้ว และยังได้รับการยอมรับเป็นอย่างสูงทั้งในญี่ปุ่น และต่างประเทศ เห็นได้จากตอนแถลงข่าวที่ญี่ปุ่น เขาได้รับความสนใจ และความเคารพอย่างสูง รวมถึงจากตัวผมเอง ทำให้ผมตัดสินใจเชิญเขามารับตำแหน่งตรงนี้ ถือเป็นเรื่องดีสำหรับวงการฟุตบอลไทย และนักกีฬาทีมชาติไทย ที่จะได้รับการฝึกสอนจากเขา”

“ผมเชื่อว่า มิสเตอร์ นิชิโนะ จะช่วยให้ทีมชาติของเราสามารถแข่งขันกับทีมศักยภาพสูงกว่าได้ในอนาคต ผมเชื่อว่าเขาจะทำให้ทีมชาติเราทำผลงานได้ดีขึ้นจนเป็นที่ยอมรับได้ ซึ่งนั่นเป็นเป้าหมายของสมาคมฯ”

“จากการที่เราได้เห็นนักฟุตบอลไทยไปเล่นยังเจลีก ก็จะได้เห็นว่า นักฟุตบอลของเรามีพัฒนาการที่ดีขึ้น แน่นอนว่าการได้โค้ชญี่ปุ่นเข้ามา ก็เชื่อว่าเขาจะนำองค์ความรู้จากประเทศของเขา เข้ามาฝึกสอน ว่าญี่ปุ่นทำอย่างไรถึงก้าวขึ้นมาเป็นหัวแถวของเอเชีย และได้เล่นฟุตบอลโลกทุกครั้งในรอบ 20 ปีหลังสุด ทั้งที่ก่อนหน้านี้ เขาไม่เคยได้ไปเลย ผมเชื่อว่าเขาจะพาทีมชาติไทยก้าวขึ้นไปอีกระดับ"

“โดย สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พร้อมให้การสนับสนุน มิสเตอร์ นิชิโนะ ในทุกๆ ด้านในการเตรียมทีมสู้ศึก รายการใหญ่ 3 รายการสำคัญ ทั้งฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก, ซีเกมส์ ตลอดไปจนถึงฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เพื่อให้ มิสเตอร์ นิชิโนะ ทำงานได้อย่างเต็มความสามารถ และผมขอยืนยันว่า เราจะไม่เข้าไปแทรกแซงการทำงานของมิสเตอร์ นิชิโนะ โดยเด็ดขาด ซึ่งไม่ใช่แค่การทำงานของนิชิโนะเท่านั้น นโยบายการทำงานของผม และสมาคมฯ คือ ผู้บริหาร และคนในสมาคมฯ จะไม่แทรกแซงการทำงานของโค้ชทุกคน”

“สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณสื่อมวลชน ตลอดจนแฟนบอลทุกท่าน ที่ให้ความสนใจ และสนับสนุนฟุตบอลไทยมาโดยตลอด ผมหวังว่า สื่อมวลชน และแฟนบอล จะให้การสนับสนุน มิสเตอร์ นิชิโนะ ในการเป็นผู้ฝึกสอน ทีมชาติไทยครั้งนี้เช่นกันครับ ขอบคุณครับ”

ส่วน มร. อากิระ นิชิโนะ กล่าวว่า “สวัสดีครับ ผมชื่อ อากิระ นิชิโนะ ผมขอขอบคุณสำหรับโอกาสที่ได้เข้ามาทำทีมชาติไทยชุดใหญ่ และรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ผมก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ”

“อย่างที่ทราบกันว่า ปีที่แล้ว ผมได้พาทีมชาติญี่ปุ่นเข้าไปเล่นถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลก หลังจากนั้นเป็นเวลา 1 ปี ผมก็มาทำงานเบื้องหลังที่ญี่ปุ่น ผมได้เจอกับท่านนายกสมยศ ผมเห็นความตั้งใจของท่านนายก และของสมาคมฯ ที่จะพัฒนาทีมชาติไทย ผมจึงยินดีที่จะมาร่วมงานด้วย”

“ผมได้มีโอกาสมาดูการทำงานของทีมชาติไทยก่อนหน้านี้ ก็มีโอกาสเป็นไปได้ที่จะพัฒนาทีมชาติไทย ทั้งการแข่งฟุตบอลโลก รวมถึงการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ซึ่งจะมีผลต่อการแข่งขันโอลิมปิกส์ มันมีโอกาสเป็นไปได้มาก แต่มันไม่ได้ขึ้นกับผมคนเดียว มันขึ้นกับสมาคมฯ และทางแฟนบอลเองด้วย”

“เดือนกันยายนนี้ การแข่งฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกจะเริ่มขึ้นแล้ว ถึงเวลาจะมีไม่เยอะ แต่จากประสบการณ์การทำทีมชาติญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้ว ผมใช้เวลาแค่ 2 เดือน ผมจึงเชื่อว่า ความแข็งแกร่งของนักฟุตบอลไทยจะช่วยได้ และผมก็มีความมั่นใจมากว่า เราจะเตรียมทีมทันสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก”

“ทั้งนี้ทั้งนั้น มันไม่ได้ขึ้นกับผมคนเดียว ผมต้องการความร่วมมือจากทั้งสมาคมฯ และแฟนบอลด้วย รวมถึงสื่อมวลชนทุกๆ ท่านในที่นี้ ซึ่งผมเชื่อว่า หากเราร่วมมือกัน มันจะช่วยพัฒนาให้เราไปสู่ฟุตบอลโลกหรือโอลิมปิกส์ในอนาคตได้”

“ตอนนี้ก็คงเร็วเกินไปที่จะตั้งความหวังในระยะยาว เบื้องต้นผมคงต้องดูไปวันต่อวันก่อน ดูนักเตะของเราก่อน แต่สำหรับบอลโลก รอบคัดเลือก ผมอยากผ่านรอบนี้ไปให้ได้ และเกมแรกกับเวียดนาม ซึ่งเป็นเกมแรกของผม ผมก็หวังว่าจะชนะเวียดนามได้”

“ก่อนที่ผมจะพาญี่ปุ่นไปบอลโลกรอบสุดท้าย ทางสื่อญี่ปุ่นก็ถามว่ามันมีเวลาแค่ 2 เดือน ผมจะทำได้ไหม ซึ่งผมก็สามารถพาทีมไปบอลโลกได้ เพราะฉะนั้น ผมไม่ได้กังวลเรื่องระยะเวลามากนัก ในทางตรงกันข้าม สำหรับนักฟุตบอลญี่ปุ่น การจะไปบอลโลกให้ได้ พวกเขาก็ต้องพัฒนาตัวเอง แต่สำหรับผม ผมมองว่านักเตะไทยยังยกระดับได้อีกเยอะ ซึ่งต่างจากญี่ปุ่น ที่ตอนนี้ระดับทีมไม่ได้ต่างมากจากระดับฟุตบอลโลกแล้ว ฉะนั้น การมีเวลาเพียงแค่นี้ ผมก็หวังว่าจะสามารถยกระดับนักเตะไทยได้มากพอสมควร”

“จากประสบการณ์ของผม และจากการที่ผมเห็นด้วยตามาแล้ว ผมสามารถยกระดับนักเตะไทยได้มากกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผมทำงานมาในญี่ปุ่น การเห็นนักเตะญี่ปุ่นเล่นด้วยเทคนิคที่คล้ายกัน มันทำให้ผมคิดอย่างนั้น”

“ตอนนี้ ผมยังมาที่นี่คนเดียว ผมมาดูการทำงานที่นี่ เห็นโค้ชไทยที่มีความสามารถหลายคน และเห็นความมุ่งมั่นต่างๆ ของสตาฟฟ์โค้ชในไทย ผมตั้งใจมาทำงานที่นี่คนเดียว เพื่อร่วมงานกับสตาฟฟ์โค้ชคนไทย เพื่อสร้างทีมชาติไทยขึ้นมา ไม่ใช่การนำโค้ชจากญี่ปุ่นมาทั้งหมด หากมีมาจากญี่ปุ่น ก็คงจะมีแค่ 1 คน มาร่วมงานที่นี่ เพื่อสร้างทีมชาติไทยร่วมกับคนที่นี่ทั้งระบบ อย่างไรก็ตาม หากผมนำทีมงานจากญี่ปุ่นมาเพิ่ม ก็แปลว่าพลังของผมคนเดียวคงยังไม่พอ แต่ผมตั้งใจว่าจะทำให้ได้”