สมาคมฯ ประชุมความคืบหน้าฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย U23

13 ส.ค. 2019 17:49:00

4 months ago

สมาคมฯ ประชุมความคืบหน้า เกี่ยวกับการเตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย U23
Picture

วันที่ 13 สิงหาคม 2562 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 1 ที่ทำการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ สมาคมฯ จัดการประชุมเพื่อหารือร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่ออัพเดตความคืบหน้าการเตรียมความพร้อม สำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในช่วงเดือนมกราคม 2563

การประชุมครั้งนี้ นำโดย พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ พร้อมด้วย คุณลัขณานันท์ ลักษมีธนานันต์ อุปนายกสมาคมฯ ฝ่ายบัญชีและการเงิน, คุณพาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการสมาคมฯ ฝ่ายประสานงานต่างประเทศ, มร. เบนจามิน ตัน ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาและตรวจสอบใบอนุญาตสโมสร, เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการแข่งขันสมาคมฯ, เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างประเทศสมาคมฯ, เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินสมาคมฯ และตัวแทนจากบริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน)

โดยเนื้อหาในการประชุมเน้นไปที่การวางงบประมาณในการจัดการแข่งขันด้านต่างๆ ดังนี้
-สำนักเลขาธิการ
-ฝ่ายสนามแข่งขัน และสนามฝึกซ้อม
-ฝ่ายจัดการแข่งขัน
-ฝ่ายผู้ตัดสิน
-ฝ่ายเทคนิค
-ฝ่ายงบประมาณ การเงิน และสิทธิประโยชน์
-ฝ่ายต้อนรับ ที่พัก ค่าอาหาร และขนส่ง
-ฝ่ายประชาสัมพันธ์
-ฝ่ายการแพทย์และอนามัย
-ฝ่ายรักษาความปลอดภัย

ภายหลังการประชุม คุณพาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการสมาคมฯ ฝ่ายประสานงานต่างประเทศ กล่าวว่า "วันนี้เป็นการพูดคุยเรื่องความคืบหน้าของการเตรียมความพร้อมการจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่เราเป็นเจ้าภาพ เราได้สรุปค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องเรื่องของสนาม จำนวนคนที่ต้องใช้ วันเวลาต่างๆ เช่นในช่วงเดือนหน้า วันที่ 27 กันยายน 2562 เป็นวันจับสลากของการแข่งขันรายการดังกล่าว ก็ได้มีการเตรียมการไว้ ยืนยันเรื่องของโรงแรมต่างๆ เรื่องของสนามซ้อม และความคืบหน้าของการปรับปรุงสนาม"

"ในฝั่งของเราได้บทสรุปแล้ว เป็น 4 สนาม ที่เป็นข่าว คือยืนยันที่ ราชมังคลากีฬาสถาน, สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี, สนามกีฬาติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา และสนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต 4 สนามนี้จะเป็นสนามหลัก ณ ปัจจุบัน จนมีการตรวจครั้งสุดท้ายในเดือนตุลาคม ว่ามีความคืบหน้าเป็นที่น่าพอใจ และมีความเป็นไปได้ที่จะแล้วเสร็จทันในช่วงเดือนธันวาคม ทุกอย่างจะเป็นไปตามนั้น แต่ว่าหากมีความเสี่ยงที่จะปรับปรุงไม่ทันตามเงื่อนไขอันนี้ก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง"

"ณ ปัจจุบันที่เราเตรียมไว้ให้กับทาง สมาพันธ์ฟุตบอลเเห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี สำหรับนัดชิงชนะเลิศ คือ ราชมังคลากีฬาสถาน การบริหารจัดการจบทุกอย่างที่เราเตรียมไว้ในรอบลึกๆ จะจบที่ กรุงเทพมหานคร"

"เท่าที่สอบถามทางการกีฬาแห่งประเทศไทย ก็เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ มีการเปิดประมูล และมีการจัดจ้าง ยังอยู่ในกรอบที่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด เรื่องของแผนงานการปฏิบัติจริงช่วงเดือนตุลาคม"

"กรณีที่ไม่ทันจริงๆ เรามีสนามสำรองเอาไว้ อย่างที่แจ้งให้ทราบ ข้อแรกมีความเสี่ยงที่จะไม่พร้อม เราจะมีสนามสำรองไว้ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นสนามของไทยลีก 1 เพียงแต่ว่ามันมีข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของไฟส่องสว่างที่บางสนามยังมีมาตรฐานไม่ถึงที่เอเอฟซีกำหนดมา เรื่องของห้องแต่งตัวที่ต้องมีมากกว่า 2 ห้อง นั่นคือ 4 ห้อง เราก็ต้องรีบจัดการให้ในส่วนนี้"