Future of Thai League : การปฏิรูปฟุตบอลลีกอาชีพตั้งแต่ฐานราก

17 ต.ค. 2019 09:10:00

1 month ago

House of Thai Football จะมาสรุปประเด็นสำคัญ ที่ได้จากการสัมมนา "Future of Thai League" เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
Picture

ประเด็นสำคัญ

  • เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการสัมมนาเกี่ยวกับอนาคตของฟุตบอลลีกอาชีพไทย โดยมีตัวแทนจากสมาคมฯ, สโมสร, ฟุตบอลลีกอังกฤษ รวมถึงยูฟ่า แบ่งปันประสบการณ์ร่วมกัน
  • โดยเนื้อหาสำคัญในการสัมมนา ประกอบด้วย การปรับรูปแบบการแข่งขัน เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมกับแฟนบอล และมูลค่าลีก,  การขยายฐานแฟนบอล และแหล่งรายได้ รวมถึงการให้โอกาสดาวรุ่งไทย 
  • ซึ่งสโมสรที่เข้าร่วมสัมมนา ต่างมีแนวคิดที่คล้ายคลึง ว่าลีกระดับภูมิภาค ควรเป็นเวทีให้กับนักเตะไทย เหมือนเช่นลีกยุโรป และชาติชั้นนำในเอเชีย โดยเฉพาะเยาวชน และลดจำนวนผู้เล่นต่างชาติในทีมลง
  • ทั้งนี้ ไอเดียต่างๆ จะมีการพูดคุยกันอีกครั้งระหว่าง ตัวแทนสโมสร, สมาคมฯ และผู้ถือสิทธิประโยชน์ เพื่อผ่านการเห็นชอบจากทุกฝ่าย

เมื่อวันที่ 8-10 ตุลาคมที่ผ่านมา สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ บริษัท ไทยลีก จำกัด ได้จัดการสัมมนาในหัวข้อ “Future of Thai League” 

ซึ่งในการสัมมนาครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อมีวัตถุประสงค์ในการปฏิรูปฟุตบอลลีกอาชีพของไทยทุกระดับ ในฤดูกาล 2564 (2021) โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากฟุตบอลลีกอังกฤษ (อีเอฟแอล), สมาพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) และสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) รวมถึงผู้บริหารสโมสรระดับ โตโยต้า ไทยลีก (ไทยลีก 1) และ M-150 แชมเปี้ยนชิพ (ไทยลีก 2) ร่วมหารือ

สำหรับประเด็นสำคัญ ที่สมาคมฯ, ไทยลีก และสโมสร ร่วมกันพุดคุย นำเสนอความเห็น เพื่อการพัฒนาฟุตบอล ประกอบไปด้วย การปรับรูปแบบลีก, การวางรากฐานลีกในทุกๆ ดิวิชั่น และการสร้างลีกภูมิภาคเป็นเวทีแสดงฝีเท้าของนักเตะไทย

การปรับรูปแบบลีก​ให้เพิ่มความน่าติดตาม และสร้างมูลค่า

ในช่วงของการสัมมนาเรื่อง การปรับโครงสร้างลีก จากกรณีศึกษาของเอเรดิวิซี่ลีก ลีกสูงสุดของเนเธอร์แลนด์ มีเนื้อหาเกี่ยวกับการปรับรูปแบบลีก เพื่อเพิ่มความน่าสนใจตลอดทั้งฤดูกาล

โดยลีกของเนเธอร์แลนด์ ถือเป็นหนึ่งใน 1 ใน 6 ลีกจากระดับท็อป 20 ของยุโรป ร่วมกับ สก็อตแลนด์, สาธารณรัฐเช็ก, เดนมาร์ก, เบลเยี่ยม และยูเครน ที่มีเพลย์ออฟ

สำหรับเอเรดิวิซี่ลีกนั้น จะนำทีมอันดับ 4 จนถึงอันดับ 7 เล่นเพลย์ออฟ หลังจบฤดูกาล เพื่อคว้าสิทธิ์ไปเล่นยูโรป้าลีก ขณะที่ อันดับ 16 จะเล่นเพลย์ออฟหนีตกชั้น กับอันดับ 3 ของแอร์สต์ ดิวิซี่ หรือลีกรองของประเทศ

ขณะที่เบลเยี่ยม มีการนำระบบเพลย์ออฟเข้ามาใช้ สืบเนื่องจากการที่ยอดคนดูในสนามมีจำนวนลดลง โดยมีการลดจำนวนทีมจาก 18 เหลือ 16 และเพิ่มเกมเพลย์ออฟระหว่างกลุ่มหัวตาราง, กลางตาราง และท้ายตาราง เพื่อทำให้แมตช์การแข่งขันมีความหมายในทุกๆ นัด ชวนให้แฟนบอลเข้ามาติดตาม และทำให้ลีกมีมูลค่าทางการตลาดมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มรายได้ของสโมสรผ่านสปอนเซอร์อีกด้วย

 

สร้างรากฐานลีกในทุกระดับ

เมื่อในปัจจุบัน ผู้คนต่างมีกิจกรรมทางเลือกมากขึ้น สโมสรฟุตบอลจึงมีความจำเป็นต้องปรับตัว เพื่อรักษาฐานแฟนบอลเดิม และเข้าหากลุ่มเป้าหมายใหม่ไปพร้อมๆ กัน

ในการสัมมนาเรื่อง บทบาทของสโมสรฟุตบอลสมัยใหม่ ชี้ว่า สโมสรสมัยใหม่จำเป็นต้องมีสถานะมากกว่าทีมฟุตบอลทีมหนึ่ง เปรียบเสมือนสถาบันที่เป็นตัวแทนกลุ่มคน ชุมชน หรือสังคม

ผลการแข่งขัน แม้จะเป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้ทีมประสบความสำเร็จ แต่สโมสรสมัยใหม่ สิ่งสำคัญคือ การมีวัตถุประสงค์ และเป้าหมายที่ชัดเจน 

ในเนเธอร์แลนด์ สโมสรอย่างโกรนิงเก้น, อูเทร็ชท์ และอาแซด อัล์คมาร์ มีผู้รับผิดชอบด้านการตลาดโดยเฉพาะ เพื่อวิเคราะห์ความต้องการของแฟนบอล รวมถึงผู้สนับสนุน

อีกปัจจัยหนึ่งก็คือ การสร้างนักเตะเยาวชน ที่แม้จะต้องลงทุนลงแรงมากในระยะแรก แต่ก็ทำให้เกิดจุดคุ้มทุนในอนาคต ซึ่งบางสโมสรก็ได้กำไรจากการขายนักเตะ อีกทั้งส่งผลดีต่อวงการฟุตบอลภายในประเทศโดยรวม

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่การขอใบอนุญาตสโมสรหรือคลับ ไลเซนซิง จึงระบุให้ทุกสโมสร ต้องมีอะคาเดมี่เป็นของตัวเอง เพราะการปั้นนักเตะ ถือเป็นการพัฒนาวงการฟุตบอลทั้งระบบอย่างยั่งยืน ไม่เฉพาะในระดับสโมสร ยังรวมถึงทีมชาติ

จะเห็นได้ว่า ชาติที่ได้แชมป์ฟุตบอลโลก 3 สมัยหลังสุด ล้วนมีระบบอะคาเดมี่ที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็น สเปน ปี 2010, เยอรมนี ปี 2014 และฝรั่งเศส ปี 2018 ทั้งที่ 3 ประเทศดังกล่าว ต่างล้วนเป็นลีกชั้นนำของยุโรป แต่ก็ยังให้ความสำคัญกับระบบการพัฒนาเยาวชน

ลีกภูมิภาค = เวทีแสดงฝีเท้านักเตะไทย

นอกเหนือจากการสร้าง และพัฒนาเยาวชนแล้ว สิ่งที่สำคัญอีกประการก็คือ การให้โอกาสดาวรุ่ง ได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งนอกจากรายการแข่งขันระดับเยาวชนแล้ว ฟุตบอลลีกภูมิภาค ก็ถือเป็นเวทีแรกของฟุตบอลอาชีพ ที่จะต่อยอดไปสู่ระดับที่สูงขึ้น

จะเห็นได้ว่า นักเตะทีมชาติไทยชุดปัจจุบัน ล้วนเคยผ่านประสบการณ์ในลีกภูมิภาคมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น เอกนิษฐ์ ปัญญา, สารัช อยู่เย็น, พรรษา เหมวิบูลย์, ศิวกรณ์ เตียตระกูล, บดินทร์ ผาลา

ดังนั้น สโมสรจึงมีความเห็นว่า ลีกภูมิภาค จึงมีความสำคัญ ต่อการวางรากฐานฟุตบอลไทย จึงมีแนวคิดที่อยากสนับสนุนให้ลีกภูมิภาคเป็นเวทีเฟ้นหานักเตะไทยฝีเท้าดี​ ไม่อยากให้มีการใช้ผู้เล่นต่างชาติ

อย่างไรก็ดี ทั้งนี้ทั้งนั้น การเปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องมีการพูดคุยระหว่างตัวแทนสโมสร, สมาคมฯ และผู้ถือสิทธิประโยชน์ เพื่อผ่านการเห็นชอบจากทุกฝ่าย และเกิดประโยชน์กับฟุตบอลไทยมากที่สุด

 

เขียน/เรียบเรียง : ศุภโชค อ่วมกลัด
ที่ปรึกษา : พาทิศ ศุภะพงษ์