22 September 2026
3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สรุปผลการประชุมคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ครั้งที่ 4 ประจำฤดูกาล 2569/70
เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท จัดประชุม ครั้งที่ 4 ประจำฤดูกาล 2569/70 โดยมี นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ เป็นประธาน
พิจารณาเหตุการณ์ไม่ปกติของการแข่งขันกีฬาฟุตบอล
1. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง วันที่ 19 กันยายน 2569 คู่ระหว่างสโมสรปัตตานี เอฟซี พบ สโมสรพีที ประจวบ เอฟซี
- เหตุการณ์
ในช่วงพักครึ่งการแข่งขัน ขณะที่นักกีฬาสำรองของสโมสรพีที ประจวบ เอฟซี กำลังอบอุ่นร่างกายบริเวณใกล้เส้นเขตโทษด้านขวาของสนาม ได้มีทีมงาน LOC ซึ่งรับผิดชอบการดูแลสนาม นำรถบดสนามเข้าปฏิบัติงานเพื่อปรับสภาพพื้นสนามตามแผนงานที่กำหนดไว้ ในระหว่างที่รถบดสนามเคลื่อนที่เข้ามาใกล้บริเวณที่นักกีฬาสำรองกำลังอบอุ่นร่างกาย ได้เกิดเหตุที่ Mr. Andros Townsend นักกีฬาหมายเลข 14 ของสโมสรพีที ประจวบ เอฟซี เสียจังหวะและชนกับรถบดสนาม ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเท้า ต้นขา และสะโพกด้านซ้าย โดยมีบาดแผลบริเวณต้นขาด้านซ้าย
- ผลการพิจารณา
คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ได้พิจารณาจากรายงานของผู้ควบคุมการแข่งขัน แถลงการณ์ของสโมสรปัตตานี เอฟซี ภาพเคลื่อนไหวเหตุการณ์ และระเบียบที่เกี่ยวข้องประกอบกันแล้ว เห็นว่า แม้ระเบียบการแข่งขันจะมิได้กำหนดข้อห้ามเกี่ยวกับการใช้เครื่องจักรหรืออุปกรณ์สำหรับบำรุงรักษาสภาพสนามแข่งขันไว้โดยเฉพาะ แต่สโมสรในฐานะทีมเหย้าและผู้รับผิดชอบการจัดการแข่งขันในสถานที่ดังกล่าว ย่อมมีหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติงานภายในสนาม และต้องให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของนักกีฬาและผู้เกี่ยวข้อง การนำรถบดสนามเข้าปฏิบัติงานในช่วงพักครึ่ง ขณะที่นักกีฬาของทีมเยือนกำลังอบอุ่นร่างกายอยู่ในบริเวณใกล้เคียง โดยไม่มีมาตรการป้องกันหรือการควบคุมพื้นที่ที่เพียงพอ จนเกิดเหตุและส่งผลให้นักกีฬาทีมเยือนได้รับบาดเจ็บ จึงถือเป็นกรณีที่สโมสรไม่สามารถดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายในสนามแข่งขัน
การกระทำดังกล่าวจึงเข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตาม FIFA Disciplinary Code ข้อ 17 (Order and Security at Matches) ข้อ (b) ซึ่งกำหนดเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎด้านความปลอดภัยและการดำเนินมาตรการป้องกันที่จำเป็นตามสถานการณ์ และ ข้อ (c) ซึ่งกำหนดให้มีการดูแลความปลอดภัยของนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ของทีมเยือน
นอกจากนี้ ยังเข้าข่ายความบกพร่องด้านการรักษาความปลอดภัยในวันแข่งขัน ตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 5.3.18 (2) ซึ่งกำหนดกรณีทีมเหย้าไม่สามารถป้องกันหรือระงับเหตุที่เกิดขึ้นภายในสถานที่จัดการแข่งขัน และเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลในทางลบต่อการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพ มีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 100,000 บาท
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาถึงพฤติการณ์แห่งกรณี ประกอบกับข้อเท็จจริงว่าสโมสรปัตตานี เอฟซี ไม่เคยกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวมาก่อน จึงเห็นควรกำหนดโทษให้เหมาะสมกับพฤติการณ์และความร้ายแรงของเหตุการณ์ คณะกรรมการฯ จึงมีมติลงโทษ สโมสรปัตตานี เอฟซี มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 5.3.18 (2) ปรับเงิน 50,000 บาท และขอให้สโมสรดำเนินการตามที่ได้ระบุไว้ในแถลงการณ์ของสโมสรในการดูแลและรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และรายงานต่อฝ่ายจัดการแข่งขันต่อไป
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ
ข้อ 5.3.18 ความบกพร่องด้านการรักษาความปลอดภัยในวันแข่งขัน
(2) หากองค์กรสมาชิกที่เป็นทีมเหย้า ไม่สามารถป้องกันหรือระงับเหตุที่เกิดขึ้นจากการกระทำในสถานที่จัดการแข่งขันไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตาม และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นภาพลบต่อการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพ จะถูกลงโทษปรับเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 100,000 บาท และ/หรือ ห้ามใช้สถานที่จัดการแข่งขันทีมเหย้า 1 นัดเป็นอย่างน้อย จนกว่าจะแก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นให้ผ่านการรับรองจากฝ่ายจัดการแข่งขัน
2. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ซีล ไฟว์ ลีกสอง วันที่ 20 กันยายน 2569 คู่ระหว่างสโมสรสงขลา เอฟซี พบ สโมสรเมืองเลย ยูไนเต็ด
- เหตุการณ์
1) เหตุการณ์ที่ 1 การแข่งขันในนัดนี้ เริ่มต้นทำการแข่งขันเวลา 18.00 น. ในที่ประชุมผู้ควบคุมการแข่งขันได้แจ้งเวลาให้นักกีฬาทั้ง 2 ทีม มาเข้าแถวที่ทางออกเพื่อเตรียมเดินลงสู่สนามเวลา 17.49 น. ต่อมาเมื่อถึงเวลา 17.48 น. ผู้ควบคุมการแข่งขันได้เดินไปยังห้องพักนักกีฬาทั้ง 2 ทีม เพื่อแจ้งเตือนให้ทราบว่าเหลืออีก 1 นาที เมื่อถึงเวลา 17.49 น. ปรากฎว่าผู้เล่นทั้ง 2 ทีม ยังคงอยู่ในห้องพักและไม่มีทีท่าที่จะออกมาจากห้อง เมื่อถึงเวลา 17.50 น.ผู้ควบคุมการแข่งขันจึงได้เดินไปแจ้งเตือนทั้ง 2 ทีมอีกครั้งเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งขณะนั้นนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทีมทั้ง 2 ทีมกำลังบูมทีมกันอยู่ จนกระทั่งเวลา 17.52 น. ผู้เล่นสโมสรเมืองเลย ยูไนเต็ด จึงเริ่มทยอยเดินออกมาจากห้องพักก่อน จากนั้นผู้เล่นสโมสรสงขลา เอฟซี จึงได้ทยอยกันออกมาเข้าแถว รวมเวลาที่ผู้เล่นทั้ง 2 ทีม ออกจากห้องพักช้าไป 3 นาที และต่อมาเมื่อผู้ตัดสินได้ตรวจอุปกรณ์ของผู้เล่นทั้ง 2 ทีมเรียบร้อยแล้ว จึงได้เริ่มเปิดเพลงเดินลงสู่สนามเวลา 17.54 น. จากนั้นพิธีการในสนามดำเนินไปตามปกติ และสามารถเริ่มการแข่งขันในเวลา 18.02 น. ล่าช้าไป 2 นาที
2) เหตุการณ์ที่ 2 หลังจากหมดเวลาการแข่งขัน ในขณะที่ผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสิน ทั้ง 4 ท่าน ได้เดินจากกลางสนามเพื่อกลับเข้าสู่ห้องพักผู้ตัดสิน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณใต้อัฒจันทร์ฝั่งไม่มีหลังคา เมื่อเดินไปถึงบริเวณด้านหน้าอัฒจันทร์ได้มีกลุ่มกองเชียร์จำนวนมากของสโมสรสงขลา เอฟซี ที่นั่งอยู่ด้านบนอัฒจันทร์ดังกล่าว ได้ตะโกนด่าทีมงานผู้ตัดสินด้วยคำหยาบคายหลายครั้ง ในลักษณะต่างคนต่างด่า เนื่องจากไม่พอใจการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน ต่อมาทีมงานผู้ตัดสินได้เดินต่อ และกลับเข้าสู่ห้องพักอย่างปลอดภัย โดยมีตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลทีมงานผู้ตัดสิน
- ผลพิจารณาโทษ
1) ลงโทษสโมสรสงขลา เอฟซี ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนและการนับเวลาถอยหลังเพื่อเริ่มการแข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 3.6 ความผิดครั้งแรก จึงลงโทษเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรว่าให้สโมสรปฏิบัติตามกำหนดการขั้นตอน และการนับเวลาถอยหลังอย่างเคร่งครัด และ/หรือ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับสมาคม (ถ้ามี)
2) ลงโทษสโมสรเมืองเลย ยูไนเต็ด ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนและการนับเวลาถอยหลังเพื่อเริ่มการแข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 3.6 ความผิดครั้งแรก จึงลงโทษเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรว่าให้สโมสรปฏิบัติตามกำหนดการขั้นตอน และการนับเวลาถอยหลังอย่างเคร่งครัด และ/หรือ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับสมาคม (ถ้ามี)
3) ลงโทษกองเชียร์สโมสรสงขลา เอฟซี ด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.1 ปรับเงิน 20,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 2 จึงลงโทษปรับสองในสาม ปรับเงิน 13,333 บาท
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ
ข้อ 3.6 ทีมใดไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนและการนับเวลาถอยหลังเพื่อเริ่มการแข่งขัน ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการจัดการแข่งขันในแต่ละรายการ จะถูกลงโทษ ดังนี้
ครั้งแรก เตือนเป็นลายลักษณ์อักษร และ/หรือ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับสมาคม (ถ้ามี)
ครั้งต่อไป จะถูกปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 60,000 บาท และ/หรือ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับสมาคม (ถ้ามี)
ข้อ 4.1 ด่าบุคคลใด ด้วยถ้อยคำหยาบคาย เยาะเย้ย ดูหมิ่น เหยียดหยาม เหยียดผิว หรือเหยียดเชื้อชาติด้วยวาจา หรือแสดงกิริยาก้าวร้าวต่อบุคคลใดด้วยพฤติกรรมที่ชัดแจ้ง ทั้งภาษากาย หรือแสดงพฤติกรรมหรือกระทำการใด ๆ ที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน หรือต่อบุคคลใด ในสถานที่จัดการแข่งขัน ก่อน ระหว่าง หรือหลังการแข่งขัน จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 30,000 บาท หากกระทำโดยบุคคลหลายคนโดยพร้อมเพรียงกัน จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 40,000 บาท
การกระทำตามวรรคแรก หากมีการกระทำโดยผ่านอุปกรณ์ขยายเสียงทุกประเภท หรือถ่ายทอดสดผ่านทางสื่อออนไลน์ ปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 50,000 บาท และห้ามนำอุปกรณ์ดังกล่าวเข้าสถานที่จัดการแข่งขัน 1 ถึง 4 นัด
3. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 20 กันยายน 2569 คู่ระหว่างสโมสรแม่โจ้ ยูไนเต็ด พบ สโมสรเขลางค์ ยูไนเต็ด
- เหตุการณ์
หลังจบการแข่งขัน ทีมงานผู้ตัดสินทั้ง 4 ท่าน กำลังเดินกลับเข้าอุโมงค์ห้องพัก ได้มีนายศักด์ดา มูลเมือง เจ้าหน้าที่ทีมสโมสรเขลางค์ ยูไนเต็ด ได้เดินเข้ามาหาผู้ตัดสิน และต่อว่าผู้ตัดสินด้วยถ้อยคำหยาบคาย แล้วเดินกลับเข้าห้องพักนักกีฬา โดยไม่ได้สัมผัสตัวผู้ตัดสิน เพราะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลอยู่ หลังจากสอบถามผู้ตัดสินทั้ง 4 ท่าน ได้ยินและยืนยันตรงกันว่า นายศักด์ดา มูลเมือง เป็นผู้ด่าทอผู้ตัดสิน
- ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษ นายศักด์ดา มูลเมือง เจ้าหน้าที่ทีมสโมสรเขลางค์ ยูไนเต็ด ด่าทอเจ้าหน้าที่การแข่งขันด้วยถ้อยคำหยาบคาย มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 2.6 ถูกพักการทำหน้าที่ 2 นัด และปรับเงิน 20,000 บาท เนื่องจากเป็นการกระทำต่อเจ้าหน้าที่การแข่งขันให้พิจารณาเพิ่มโทษ แต่ทั้งนี้โทษรวมที่จะได้รับต้องไม่เกินสองเท่า คณะกรรมการฯ จึงพิจารณาเพิ่มโทษนายศักด์ดา มูลเมือง เจ้าหน้าที่ทีมสโมสรเขลางค์ ยูไนเต็ด พักการทำหน้าที่เพิ่มอีก 2 นัด และปรับเงินเพิ่มอีก 20,000 บาท รวมโทษถูกพักการทำหน้าที่ 4 นัด และปรับเงิน 40,000 บาท แต่เป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 3 จึงลงโทษปรับหนึ่งในสาม ปรับเงิน 13,333 บาท
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ
ข้อ 2.6 กรณีด่าบุคคลใด ด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย หรือเยาะเย้ย ดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือแสดงกิริยาก้าวร้าว ข่มขู่ เช่น การเหยียดผิวหรือเชื้อชาติบุคคลใดด้วยพฤติกรรมที่ชัดแจ้ง ทั้งภาษากาย ถูกพักการทำหน้าที่ 2 นัด และจะถูกปรับเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 40,000 บาท
หากเป็นการกระทำต่อเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ให้พิจารณาเพิ่มโทษแต่ทั้งนี้โทษรวมที่จะได้รับต้องไม่เกินสองเท่า
4. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 20 กันยายน 2569 คู่ระหว่างสโมสรบางกะปิ เอฟซี พบ สโมสรฟูเทร่า ยูไนเต็ด
- เหตุการณ์
ตามที่ นายทินภัทร พิริยะพงษ์พันธ์ ผู้ฝึกสอนผู้รักษาประตู สโมสรบางกะปิ เอฟซี ได้รับโทษใบแดงจากการแข่งขันฟุตบอล รายการไทยแลนด์ เซมิโปร ลีก ฤดูกาล 2025/2026 เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ส่งผลให้ถูกลงโทษพักการทำหน้าที่ 2 นัด และปรับเงิน 5,000 บาท ทั้งนี้ นายทินภัทร พิริยะพงษ์พันธ์ ได้ชดใช้โทษพักการทำหน้าที่ไปแล้ว 1 นัด ในการแข่งขันเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นนัดสุดท้ายของฤดูกาล ส่งผลให้ยังคงเหลือโทษพักการทำหน้าที่อีก 1 นัด โดยโทษที่เหลือนี้จะมีผลผูกพันและต้องไปชดใช้ต่อในฤดูกาลถัดไป ตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท ข้อ 6.5 แต่ปรากฏว่าในการแข่งขันรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม ฤดูกาล 2026/2027 เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 นายทินภัทร พิริยะพงษ์พันธ์ ได้ฝ่าฝืนเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในม้านั่งสำรอง
- ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษ นายทินภัทร พิริยะพงษ์พันธ์ ผู้ฝึกสอนผู้รักษาประตู สโมสรบางกะปิ เอฟซี ฝ่าฝืนลงไปปฏิบัติหน้าที่ในการแข่งขันนัดดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทีมที่ถูกพักการทำหน้าที่ ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการจัดการแข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 2.14 ลงโทษ ถูกพักการทำหน้าที่เพิ่มอีก 1 นัด (เมื่อรวมกับโทษคงค้างเดิมอีก 1 นัด จะต้องถูกพักการทำหน้าที่รวมทั้งสิ้น 2 นัด) และปรับเงิน 20,000 บาท แต่เป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 3 จึงลงโทษปรับหนึ่งในสาม ปรับเงิน 6,666 บาท
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ
ข้อ 2.14 เจ้าหน้าที่ทีม ที่ถูกลงโทษตามลักษณะโทษของเจ้าหน้าที่ทีม ต้องปฏิบัติตามข้อปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทีม ถูกพักการทำหน้าที่ ที่กำหนดไว้ในระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการจัดการแข่งขัน ในแต่ละรายการแข่งขัน หากฝ่าฝืนให้ถือว่าเจ้าหน้าที่ทีมยังมิได้รับโทษครบตามที่กำหนด จะต้องถูกลงโทษ ถูกพักการทำหน้าที่เพิ่มอีก 1 นัด และปรับเงิน 20,000 บาท
ข้อ 6.5 ในกรณีที่สิ้นสุดฤดูกาลแข่งขันประจำปีแล้ว หากนักกีฬาฟุตบอล หรือเจ้าหน้าที่ หรือองค์กรสมาชิก ที่ได้รับใบแดง หรือถูกลงโทษจากคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท หรือคณะกรรมการอื่นใดที่สมาคมแต่งตั้ง และยังมีโทษติดค้างอยู่ ให้มีผลผูกพันถึงในฤดูกาลถัดไป ส่วนโทษพักการแข่งขันจากการคาดโทษด้วยใบเหลืองให้ยกเว้น และค่าปรับให้คงเดิม
5. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 19 กันยายน 2569 คู่ระหว่างสโมสรบีเอฟบี พัทยา ซิตี้ พบ สโมสรฟุตบอลราชนาวี
- เหตุการณ์
เวลา 16.30 น. มีรถพยาบาลเดินทางถึงสนาม 1 คัน พร้อมเจ้าหน้าที่การแพทย์ 1 คน หลังจากนั้นผู้ควบคุมการแข่งขันจึงได้สอบถาม คุณสุธินาท ซื่อตรง เจ้าหน้าที่ประสานงานทั่วไปของสโมสรบีเอฟบี พัทยา ซิตี้ ถึงรถพยาบาลอีก 1 คัน ซึ่งคุณสุธินาท แจ้งว่ากำลังประสานติดตามรถพยาบาลอีก 1 คัน เนื่องจากนัดหมายรถพยาบาลให้มาถึงสนามแข่งขันเวลา 16.30 น. แต่เมื่อถึงเวลานัดหมายแล้ว พบว่ารถพยาบาลยังเดินทางมาไม่ถึงสนามแข่งขัน เริ่มเกมการแข่งขัน เวลา 18.00 น. พบว่ามีเพียงรถพยาบาล จำนวน 1 คัน พร้อมเจ้าหน้าที่การแพทย์ 1 คน จึงได้สอบถามคุณสุธินาท เจ้าหน้าที่ประสานงานทั่วไปของสโมสรบีเอฟบี พัทยา ซิตี้ อีกครั้งว่ารถพยาบาลอีก 1 คัน มาหรือยัง ซึ่งคุณสุธินาท แจ้งว่ารถพยาบาลกำลังเดินทางมาที่สนามแข่งขัน ต่อมา เวลา 19.05 น. เมื่อเริ่มการแข่งขันในครึ่งเวลาหลัง นาทีที่ 46 รถพยาบาลอีก 1 คัน (คันที่ 2) ได้เดินทางมาถึงสนามแข่งขันพร้อมเจ้าหน้าที่การแพทย์ 2 คน โดยเจ้าหน้าที่การแพทย์แจ้งว่าติดภารกิจฉุกเฉิน จึงทำให้ไม่สามารถเดินทางมาถึงสนามแข่งขันในเวลา 16.30 น.ได้
- ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษสโมสรบีเอฟบี พัทยา ซิตี้ ไม่จัดรถพยาบาลให้ครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ในระเบียบข้อบังคับฯ มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 5.3.12 วรรคแรก ปรับเงิน 20,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 3 จึงลงโทษปรับหนึ่งในสาม ปรับเงิน 6,666 บาท
- ระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการจัดการแข่งขัน
ข้อ 4.13 ต้องจัดให้มีรถพยาบาล 1 คัน และอีก 1 คัน อาจเป็นรถพยาบาลหรือรถกู้ภัย ซึ่งรวมแล้วต้องมีรถพร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่จำเป็น จำนวน 2 คัน ประจำที่สนามแข่งขันก่อนเวลาเริ่มแข่งขันไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง 30 นาที หากไม่มีรถพยาบาลจะไม่อนุญาตให้ทำการแข่งขัน และองค์กรสมาชิกที่เป็นทีมเหย้าต้องรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายของทีมเยือน และของเจ้าหน้าที่การแข่งขันตามที่จ่ายจริง หรือถ้ามีการจัดรถพยาบาลไว้แต่มีอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่จำเป็นอยู่ในรถไม่ครบหรือไม่มีเลย จะมีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท
กรณีที่รถพยาบาลหรือรถกู้ภัยมาไม่ครบ 2 คัน ตามที่ระบุในวรรคต้น เนื่องจากฝ่ายจัดการแข่งขันเห็นว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ให้มีรถพยาบาล 1 คัน ประจำที่สนามแข่งขันก่อนเวลาเริ่มแข่งขันไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง 30 นาที โดยอนุญาตให้ทำการแข่งขันไปก่อนได้ และให้มีรถพยาบาลหรือรถกู้ภัยที่มีอุปกรณ์ช่วยชีวิตตามมาให้ครบ 2 คัน แต่ทั้งนี้องค์กรสมาชิกทีมเหย้าก็ยังมีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ
ข้อ 5.3.12 ต้องจัดรถพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ พร้อมกับอุปกรณ์ช่วยชีวิต ตามจำนวนที่กำหนดไว้ในระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการจัดการแข่งขันรายการนั้น ก่อนเริ่มเวลาการแข่งขันไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง 30 นาที มิฉะนั้นจะถูกปรับ
ครั้งแรก 20,000 บาท
ครั้งต่อไปครั้งละ 30,000 บาท
กรณีที่รถพยาบาลมาไม่ทันตามกำหนดระยะเวลาข้างต้น และได้ล่วงเลยระยะเวลาเริ่มการแข่งขันไป ให้เป็นดุลพินิจของผู้ควบคุมการแข่งขันที่จะเลื่อนระยะเวลาเริ่มต้นการแข่งขันออกไปได้ครั้งละ 30 นาที แต่ไม่เกิน 2 ครั้ง ต้องถูกปรับเงิน 40,000 บาท หากมีการกระทำความผิดซ้ำอีก ในการแข่งขันนัดอื่นให้เพิ่มโทษปรับเงินเป็นสองเท่า
กรณีที่ล่วงเลยระยะเวลาตามวรรคสอง ไม่อนุญาตให้จัดการแข่งขันในนัดนั้น และ/หรือ องค์กรสมาชิกทีมเหย้าใดไม่จัดให้มีรถพยาบาลประจำที่สนามแข่งขัน ต้องถูกปรับเป็นแพ้ และถูกปรับเงิน 50,000 บาท
ทั้งนี้ นอกจากจะต้องรับโทษตามวรรคดังกล่าวข้างต้นแล้ว องค์กรสมาชิกจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นด้วย
6. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการ “PEA U-21 YOUNGSTER LEAGUE” วันที่ 17 กันยายน 2569 คู่ระหว่างสโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล พบ สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด
- เหตุการณ์
ในนาทีที่ 38 ขณะที่เริ่มเล่นบอลจากผู้รักษาประตูของทีมเยือน ได้มีสุนัขจำนวน 3 ตัว วิ่งเข้ามาจากบริเวณอัฒจันทร์ฝั่งทิศตะวันออกและลงไปในสนามแข่งขัน ผู้ตัดสินจึงสั่งหยุดการแข่งขัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของทีมเหย้าดำเนินการนำสุนัขออกจากสนาม จากนั้นจึงกลับมาเริ่มการแข่งขันอีกครั้งในนาทีที่ 39 โดยการแข่งขันหยุดชะงักเป็นระยะเวลา 1 นาที
- ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษสโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล ปล่อยปละละเลยให้สุนัขเข้าไปในสนามแข่งขัน อันเป็นการรบกวนการแข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 5.1.6 ปรับเงิน 20,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการลีกเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี จึงลงโทษปรับหนึ่งในสี่ ปรับเงิน 5,000 บาท
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ
ข้อ 5.1.6 ปล่อยปละละเลยให้สัตว์เลี้ยงหรือสัตว์อื่นใด เข้าไปในสนามแข่งขัน หรือกระทำด้วยประการใด ๆ หรือปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการแข่งขัน จนมีผลกระทบต่อการแข่งขัน จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 30,000 บาท
Competitions
22 September 2026
????การท่าเรือฯ ผงาดแชมป์ WINGZ The Championship Women’s Futsal 2026 สมัยที่ 3
Announcement
22 September 2026
แถลงการณ์ : เรื่อง ขอให้ปฏิบัติตามระเบียบการแข่งขันและมาตรฐานการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
National Team Men
22 September 2026
OFFICIAL! แอนโธนี ฮัดสัน เรียก “พีฬาวัช อรรคธรรม” แทน “โจนาธาร เข็มดี” ลุยศึก FIFA ASEAN CUP 2026