16 June 2026

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สรุปผลการประชุมคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ครั้งที่ 51 ประจำฤดูกาล 2568/69

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท จัดประชุม ครั้งที่ 51 ประจำฤดูกาล 2568/69 โดยมี นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ เป็นประธาน

พิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน (มี 1 คู่)

1. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 7 มิถุนายน 2569 คู่ระหว่างสโมสรเมืองเลย ยูไนเต็ด พบ สโมสรพีที สตูล เอฟซี (สโมสรพีที สตูล เอฟซี ร้องเรียนมา 2 เหตุการณ์) 

- เหตุการณ์ที่ 1
ในนาทีที่ 6 หลังจากที่ผู้เล่นหมายเลข 10 นายฉํ่าสุดดีน โส๊ะเต่ง สโมสรพีที สตูล เอฟซี ทำประตูเข้าไป ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 1 ยกธงเป็นล้ำหน้า ทำให้สโมสรพีที สตูล เอฟซี ไม่ได้ประตู ทางสโมสรพีที สตูล เอฟซี เห็นว่า ขณะที่ผู้เล่นหมายเลข 87 นายพรรธวัตร เขตชมภู สโมสรพีที สตูล เอฟซี ยิงบอลและผู้รักษาประตูของสโมสรเมืองเลย ยูไนเต็ด ปัดบอลออกมา ผู้เล่นหมายเลข 10 นายฉํ่าสุดดีน โส๊ะเต่ง สโมสรพีที สตูล เอฟซี ยังอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ล้ำหน้า เนื่องจากมีผู้เล่นกองหลังของสโมสรเมืองเลย ยูไนเต็ด ยืนต่ำกว่า 

- ผลพิจารณา
ยกคำร้อง เนื่องจากมุมกล้องที่ใช้บันทึกภาพเป็นมุมจากบริเวณกลางสนาม และอยู่ห่างจากแนวตรวจสอบการล้ำหน้า ไม่สามารถระบุตำแหน่งของผู้เล่นได้อย่างชัดเจน อีกทั้งจากภาพไม่ปรากฏชัดว่าผู้เล่นหมายเลข 10 นายฉํ่าสุดดีน โส๊ะเต่ง สโมสรพีที สตูล เอฟซี (ฝ่ายรุก) อยู่ใกล้เส้นประตูฝ่ายตรงข้ามมากกว่าผู้เล่นฝ่ายรับคนที่สองจากท้ายสุด จึงไม่อาจชี้ชัดได้ว่าเป็นการล้ำหน้า กรณีการพิจารณาความผิดเกี่ยวกับการล้ำหน้า หากมุมกล้องไม่ชัดเจน หรือไม่สามารถระบุตำแหน่งของผู้เล่นได้อย่างแน่นอน ย่อมไม่อาจใช้เป็นพยานหลักฐานยืนยันความผิดได้ เนื่องจากอาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อทั้งฝ่ายผู้ร้องและผู้ถูกร้อง

- เหตุการณ์ที่ 2
ในนาทีที่ 75 จังหวะที่สโมสรเมืองเลย ยูไนเต็ด ยิงประตูตีเสมอ 1-1 ทางสโมสรพีที สตูล เอฟซี เห็นว่า ก่อนเกิดประตูดังกล่าว ผู้เล่นหมายเลข 11 นายอภิเดช จันทร์งาม สโมสรเมืองเลย ยูไนเต็ด ได้เข้าปะทะจากด้านหลังผู้เล่นหมายเลข 28 นายจารุเดช ยะระ สโมสรพีที สตูล เอฟซี ซึ่งควรเป็นการฟาวล์ แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 1 ไม่ได้ยกธงแจ้งผู้ตัดสิน ทำให้สโมสรพีที สตูล เอฟซี เสียประตูในจังหวะดังกล่าว

- ผลพิจารณา
นายปวราย์ ศรีจันทร์ ผู้ตัดสิน และนายไชยา ศรีภักดิ์ ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง เนื่องจากผู้รักษาประตูสโมสรพีที สตูล เอฟซี ได้ใช้มือรับลูกบอลและลูกบอลกระดอนออกไปด้านหน้า เป็นจังหวะที่ผู้เล่นหมายเลข 28 นายจารุเดช ยะระ สโมสรพีที สตูล เอฟซี (ฝ่ายรับ) และผู้เล่นหมายเลข 11 นายอภิเดช จันทร์งาม สโมสรเมืองเลย ยูไนเต็ด (ฝ่ายรุก) เข้ามาแย่งชิงลูกบอลร่วมกัน โดยไม่ปรากฏว่า ผู้เล่นฝ่ายรุกกระทำผิดกติกาแต่อย่างใด ส่วนการปะทะกันระหว่างผู้รักษาประตูสโมสรพีที สตูล เอฟซี และผู้เล่นหมายเลข 28 นายจารุเดช ยะระ สโมสรพีที สตูล เอฟซี เป็นจังหวะการเข้าเล่นลูกบอลที่เกิดจากการสะดุดกันเองและล้มลง มิได้เกิดจากการผลักหรือปะทะจากฝ่ายตรงข้าม ผู้เล่นหมายเลข 11 นายอภิเดช จันทร์งาม สโมสรเมืองเลย ยูไนเต็ด ซึ่งอยู่ด้านหลัง จึงสามารถใช้เท้าเล่นลูกบอลและครอบครองบอลไปยิงประตูได้ การกระทำดังกล่าวไม่ถือเป็นการกระทำผิดกติกา ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินพิจารณาให้เป็นประตู ถือว่าตัดสินถูกต้อง                                                                                                 

พิจารณาเหตุการณ์ไม่ปกติของการแข่งขันกีฬาฟุตบอล (มี 2 คู่)

2. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 14 มิถุนายน 2569 คู่ระหว่างสโมสรนรา ยูไนเต็ด พบ สโมสรอุตรดิตถ์ เอฟซี

- เหตุการณ์
การแข่งขันในนัดนี้ได้รับความสนใจจากกองเชียร์เป็นจำนวนมาก โดยมีจำนวนผู้ชม 9,350 คน ซึ่งเกินความจุสนามตามที่แจ้งไว้จำนวน 5,384 ที่นั่ง ผู้ควบคุมการแข่งขันได้สังเกตพบว่ามีกองเชียร์สโมสรนรา ยูไนเต็ด จำนวนมากไม่ได้นั่งดูบนอัฒจันทร์ แต่มายืนเกาะรั้วสนามโดยรอบชมเกมการแข่งขัน ตั้งแต่ต้นจนจบการแข่งขัน   

- ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษสโมสรนรา ยูไนเต็ด ปล่อยปละละเลยให้กองเชียร์อยู่ในสถานที่ที่ไม่ได้จัดไว้ให้เป็นที่นั่ง มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 5.3.17 ปรับเงิน 50,000 บาท เนื่องจากสโมสรนรา ยูไนเต็ด ได้เคยถูกลงโทษในฐานความผิดลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วจำนวน 2 ครั้ง กล่าวคือ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 การกระทำในครั้งนี้จึงเป็นการกระทำความผิดตามระเบียบนี้ซ้ำในข้อเดียวกันภายในฤดูกาลแข่งขันเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 ให้พิจารณาเพิ่มโทษอีกไม่เกินกึ่งหนึ่งของกำหนดโทษที่จะลง” จึงเพิ่มโทษสโมสรนรา ยูไนเต็ด ปรับเงินเพิ่มอีก 25,000 บาท รวมโทษปรับเงิน 75,000 บาท แต่เป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 3 จึงลงโทษปรับหนึ่งในสี่ ปรับเงิน 18,750 บาท

- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ 
ข้อ 5.3.17 องค์กรสมาชิกใดที่เป็นทีมเหย้า ปล่อยปละละเลยให้กองเชียร์ อยู่ในสถานที่ที่ไม่ได้จัดไว้ให้เป็นที่นั่ง จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 50,000 บาท ถึง 100,000 บาท

บทที่ 3 ระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท สำหรับการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพ และรายการกีฬาฟุตบอลอื่น ๆ ของสมาคม
ข้อความว่า “กรณีที่องค์กรสมาชิก (ทีม) นักกีฬาฟุตบอล เจ้าหน้าที่ทีม กองเชียร์ขององค์กรสมาชิก หรือเจ้าหน้าที่การแข่งขัน กระทำความผิดตามระเบียบนี้ซ้ำในข้อเดียวกันภายในฤดูกาลแข่งขันเดียวกัน ให้พิจารณาเพิ่มโทษอีกไม่เกินกึ่งหนึ่งของกำหนดโทษที่จะลง”

3. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยวีเมนส์ ลีก 2 วันที่ 13 มิถุนายน 2569 คู่ระหว่างสโมสรแอลพีจีเอสเอส เขลางค์ ยูไนเต็ด พบ สโมสรฟุตบอลหญิงพระนคร

- เหตุการณ์
หลังจบการแข่งขัน เวลา 18.05 น. กองเชียร์ทีมเจ้าบ้าน สโมสรแอลพีจีเอสเอส เขลางค์ ยูไนเต็ด ได้ร้องเพลงให้นักกีฬาทีมตน ณ บริเวณอัฒจันทร์กองเชียร์ ฝั่งด้านทิศตะวันออกของสนาม เพราะเป็นการแข่งขันนัดสุดท้ายในบ้าน และได้มีการจุดพลุแฟลร์ในเวลาดังกล่าว จำนวน 1 นัด เป็นเวลาประมาณ 5 นาที โดยมีธงกลุ่มกองเชียร์สโมสรแอลพีจีเอสเอส เขลางค์ ยูไนเต็ด และหลังจากนั้นกองเชียร์สโมสรแอลพีจีเอสเอส เขลางค์ ยูไนเต็ด ก็ได้แยกย้ายกลับ

- ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษกองเชียร์สโมสรแอลพีจีเอสเอส เขลางค์ ยูไนเต็ด จุดพลุในสถานที่จัดการแข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.3 ปรับเงิน 60,000 บาท แต่เป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยวีเมนส์ ลีก 2 จึงลงโทษปรับหนึ่งในสี่ ปรับเงิน 15,000 บาท 

- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ 
ข้อ 4.3 ใช้วัสดุอุปกรณ์ใด ๆ ที่ก่อให้เกิดการรบกวนการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน หรือนักกีฬาฟุตบอลระหว่างการแข่งขัน เช่น การเป่านกหวีด หรือการใช้แตร หรือการใช้แตรไฟฟ้า หรือฉายแสงเลเซอร์ เป็นต้น หรือกระทำการใด ๆ ที่ไม่เหมาะสมในสถานที่จัดการแข่งขัน ได้แก่ การจุดพลุ หรือจุดประทัด หรือจุดไฟเย็น หรือจุดวัตถุอื่นจนเกิดเป็นควัน หรือจุดพลุบริเวณที่ว่างด้านหลังของอัฒจันทร์ ทั้งก่อน หรือระหว่าง หรือหลังจากการแข่งขันจบลงแล้ว จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 60,000 บาท

หากผลจากการกระทำตามวรรคหนึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลใด หรือเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือสถานที่ใด องค์กรสมาชิกต้นสังกัดของกองเชียร์ที่กระทำ จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 70,000 บาท ถึง 150,000 บาท และต้องรับผิดชอบต่อค่ารักษาพยาบาลของผู้ที่ได้รับอันตราย และค่าเสียหายของทรัพย์สินหรือสถานที่ รวมทั้งอาจถูกพิจารณาเพิ่มโทษ

ข่าวสารอื่นๆ

National Team Men

13 June 2026

"จักรพันธ์ ปั่นปี" ให้สัมภาษณ์หลังการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียนรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี รอบชิงชนะเลิศ

"จักรพันธ์ ปั่นปี" ให้สัมภาษณ์หลังการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียนรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี รอบชิงชนะเลิศ

National Team Men

13 June 2026

ทีมชาติไทย U19 พ่ายออสเตรเลีย 0-1 รอบชิงชนะเลิศ ศึกชิงแชมป์อาเซียน

ทีมชาติไทย U19 พ่ายออสเตรเลีย 0-1 รอบชิงชนะเลิศ ศึกชิงแชมป์อาเซียน

National Team Men

11 June 2026

"จักรพันธ์ ปั่นปี" ให้สัมภาษณ์หลังการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียนรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี รอบรองชนะเลิศ

"จักรพันธ์ ปั่นปี" ให้สัมภาษณ์หลังการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียนรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี รอบรองชนะเลิศ