26 May 2026
5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สรุปผลการประชุมคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ครั้งที่ 49 ประจำฤดูกาล 2568/69
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท จัดประชุม ครั้งที่ 49 ประจำฤดูกาล 2568/69 โดยมี นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ เป็นประธาน
พิจารณาเหตุการณ์ไม่ปกติของการแข่งขันกีฬาฟุตบอล (มี 6 คู่)
1. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการเมืองไทย คัพ (รอบชิงชนะเลิศ) วันที่ 24 พฤษภาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด พบ สโมสรการท่าเรือ เอฟซี
เหตุการณ์ที่ 1 สโมสรการท่าเรือ เอฟซี ออกจากห้องพักนักกีฬาล่าช้ากว่าเวลาที่กำหนด โดยผู้ควบคุมการแข่งขันได้ไปตามแล้ว และเมื่อเดินลงสู่สนามได้มีการบูมในสนาม เป็นเหตุทำให้เริ่มการแข่งขันล่าช้า 1 นาที 58 วินาที ไม่เป็นไปตามเวลาที่กำหนด
เหตุการณ์ที่ 2 ก่อนการแข่งขัน พบกลุ่มกองเชียร์สโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ใส่เสื้อเชียร์สีฟ้าขาว และสีดำ และโบกธงตราสัญลักษณ์ของสโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ร้องเพลงเชียร์พร้อมกับจุดพลุแฟร์ เกิดไฟสีแดงและกลุ่มควันขนาดใหญ่ เหตุเกิดบริเวณด้านหลังอัฒจันทร์ ฝั่งตรงข้ามอัฒจันทร์หลักโซน N โดยในเวลาเดียวกันนั้นพบว่ากลุ่มกองเชียร์สโมสรการท่าเรือ เอฟซี ใส่เสื้อเชียร์สีแสดน้ำเงิน และสีขาว ซึ่งมีตราสัญลักษณ์ของสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ร้องเพลงเชียร์พร้อมกับจุดพลุแฟร์เกิดไฟสีแดงและกลุ่มควันขนาดใหญ่ เหตุเกิดบริเวณด้านหลังอัฒจันทร์ ฝั่งตรงข้ามอัฒจันทร์หลักโซน E
เหตุการณ์ที่ 3 หลังจบการแข่งขัน ในระหว่างพิธีการมอบเหรียญรางวัล เวลาประมาณ 21.30 น. ขณะที่นักกีฬาของสโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด เดินไปขอบคุณกองเชียร์บริเวณหน้าอัฒจันทร์โซน N ซึ่งเป็นที่นั่งที่จัดไว้สำหรับกองเชียร์สโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ขณะที่นักกีฬาเดินไปขอบคุณนั้น กลุ่มกองเชียร์ได้มีการจุดพลุแฟร์บนอัฒจันทร์โซน N ประมาณ 5-6 ลูก เกิดไฟสีแดงและกลุ่มควันขนาดใหญ่โดยใช้เวลาจุดนานถึง 5 นาที
- ผลพิจารณาโทษ
1) ลงโทษสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ไม่ทำตามกำหนดการขั้นตอนและการนับเวลาถอยหลัง (OFFICIAL COUNTDOWN) มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 3.6 เป็นความผิดครั้งแรก จึงลงโทษเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรว่าให้สโมสรปฏิบัติตามกำหนดการขั้นตอนและการนับเวลาถอยหลังอย่างเคร่งครัด และ/หรือ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับสมาคม (ถ้ามี)
2) ลงโทษกองเชียร์สโมสรการท่าเรือ เอฟซี จุดพลุในสถานที่จัดการแข่งขันเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.3 ปรับเงิน 40,000 บาท เนื่องจากกองเชียร์สโมสรการท่าเรือ เอฟซี เคยถูกลงโทษไปแล้วจากการกระทำผิด เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 อันเป็นการกระทำความผิดตามระเบียบนี้ซ้ำในข้อเดียวกันภายในฤดูกาลแข่งขันเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 “กรณีที่องค์กรสมาชิก (ทีม) นักกีฬาฟุตบอล เจ้าหน้าที่ทีม กองเชียร์ขององค์กรสมาชิก หรือเจ้าหน้าที่การแข่งขัน กระทำความผิดตามระเบียบนี้ซ้ำในข้อเดียวกันภายในฤดูกาลแข่งขันเดียวกัน ให้พิจารณาเพิ่มโทษอีกไม่เกินกึ่งหนึ่งของกำหนดโทษที่จะลง” ดังนั้น จึงเพิ่มโทษกองเชียร์สโมสรการท่าเรือ เอฟซี ปรับเงินเพิ่มอีก 20,000 บาท รวมโทษปรับเงินทั้งสิ้นจำนวน 60,000 บาท
3) ลงโทษกองเชียร์สโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด จุดพลุในสถานที่จัดการแข่งขันก่อนเริ่มการแข่งขัน และหลังจบการแข่งขัน จุดพลุถึงสองครั้งในเวลาที่แตกต่างกัน เป็นการกระทำล่วงละเมิดต่อระเบียบข้อบังคับต่างกรรมต่างวาระกัน จึงลงโทษแยกออกเป็น 2 กระทง ดังนี้
กระทงที่ 1 กรณีจุดพลุก่อนการแข่งขัน บริเวณหลังอัฒจันทร์โซน N มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.3 ให้ลงโทษปรับเงินจำนวน 40,000 บาท
กระทงที่ 2 กรณีจุดพลุหลังจบการแข่งขัน บนอัฒจันทร์โซน N มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.3 ให้ลงโทษปรับเงินจำนวน 40,000 บาท รวมโทษปรับเงินทั้งสิ้นจำนวน 80,000 บาท
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ
ข้อ 3.6 ต้องทำตามกำหนดการ ขั้นตอน และการนับเวลาถอยหลัง (OFFICIAL COUNTDOWN) ภายในระยะเวลาที่กำหนด มิฉะนั้นจะเป็นความผิด ไม่ว่าจะเริ่มการแข่งขันในเวลาได้หรือไม่ก็ตาม
ครั้งแรก เตือนเป็นลายลักษณ์อักษร และ/หรือ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับสมาคม (ถ้ามี)
ครั้งต่อไป จะถูกปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 60,000 บาท และ/หรือ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับสมาคม (ถ้ามี)
ข้อ 4.3 ใช้วัสดุอุปกรณ์ใด ๆ ที่ก่อให้เกิดการรบกวนการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน หรือนักกีฬาฟุตบอลระหว่างการแข่งขัน เช่น การเป่านกหวีด หรือการใช้แตร หรือการใช้แตรไฟฟ้า หรือฉายแสงเลเซอร์ เป็นต้น หรือกระทำการใด ๆ ที่ไม่เหมาะสมในสถานที่จัดการแข่งขัน ได้แก่ การจุดพลุ หรือจุดประทัด หรือจุดไฟเย็น หรือจุดวัตถุอื่นจนเกิดเป็นควัน หรือจุดพลุบริเวณที่ว่างด้านหลังของอัฒจันทร์ ทั้งก่อน หรือระหว่าง หรือหลังจากการแข่งขันจบลงแล้ว จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 60,000 บาท
หากผลจากการกระทำตามวรรคหนึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลใด หรือเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือสถานที่ใด องค์กรสมาชิกต้นสังกัดของกองเชียร์ที่กระทำ จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 70,000 บาท ถึง 150,000 บาท และต้องรับผิดชอบต่อค่ารักษาพยาบาลของผู้ที่ได้รับอันตราย และค่าเสียหายของทรัพย์สินหรือสถานที่ รวมทั้งอาจถูกพิจารณาเพิ่มโทษ
บทที่ 3 ระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท สำหรับการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพ และรายการกีฬาฟุตบอลอื่น ๆ ของสมาคม
ข้อความว่า “กรณีที่องค์กรสมาชิก (ทีม) นักกีฬาฟุตบอล เจ้าหน้าที่ทีม กองเชียร์ขององค์กรสมาชิก หรือเจ้าหน้าที่การแข่งขัน กระทำความผิดตามระเบียบนี้ซ้ำในข้อเดียวกันภายในฤดูกาลแข่งขันเดียวกัน ให้พิจารณาเพิ่มโทษอีกไม่เกินกึ่งหนึ่งของกำหนดโทษที่จะลง"
2. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ซีล ไฟว์ ลีกสอง วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรปัตตานี เอฟซี พบ สโมสรหนองบัว พิชญ เอฟซี
- เหตุการณ์
ในระหว่างประชุมผู้จัดการทีม นายเจะอับดุลลาเตะ ซีเดะ เจ้าหน้าที่ GC สโมสรปัตตานี เอฟซี ได้แจ้งในที่ประชุมให้รับทราบเกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัยเกี่ยวกับกำลังเจ้าหน้าที่ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 10 นาย, อส. 30 คน, EOA (ตรวจระเบิด) 6 คน, ทส 7 คน, เทศกิจ 10 คน, Security 80 คน, อบจ. 10 คน รวมทั้งสิ้น 153 คน จำนวนที่นั่งแฟนบอลจุได้ 12,800 ที่นั่ง หลังจากประชุมผู้จัดการทีมเรียบร้อย ตรวจ AD card เสร็จ เป็นช่วงเวลาที่ทั้งสองทีม Warm up และผู้ควบคุมการแข่งขันออกมาสังเกตการณ์ เห็นว่ากองเชียร์ด้านบนอัฒจันทร์โดยรอบเต็มทุกที่ และมีกองเชียร์ที่ขึ้นบนอัฒจันทร์ไม่ได้ ทยอยเดินมาจับจองยืนดูที่รั้วเหล็กกั้นโดยรอบสนาม ซึ่งขณะนั้นยังมีน้อย และเหตุการณ์ระหว่างแข่งขัน กองเชียร์ก็ยังทยอยเข้ามาดู ด้านล่างกรงเหล็กเรื่อย ๆ จนเกือบเต็ม แต่มีบางจุดที่ยังว่าง และการแข่งขันดำเนินไปตามปกติ
เหตุการณ์จบการแข่งขัน ซึ่งเกมการแข่งขันมีการยิงลูกโทษ ทีมละ 5 ลูก ผลปรากฏว่า สโมสรปัตตานี เอฟซี โดยผู้เล่นหมายเลข 26 (MARLON DA SILVA) ยิงเป็นคนสุดท้าย หากยิงเข้าจะชนะ ซึ่งผลออกมายิงเข้าประตู และเมื่อสิ้นเสียงนกหวีดตัดสินดังเท่านั้น กองเชียร์สโมสรปัตตานี เอฟซี โดยรอบสนามวิ่งเข้ามาในสนามทันที โดยที่ผู้ตัดสินและผู้เล่นสโมสรหนองบัว พิชญ เอฟซี ยังอยู่ในสนาม แต่กองเชียร์มิได้ทำอะไรกับผู้ตัดสินและผู้เล่นสโมสรหนองบัว พิชญ เอฟซี เพียงแต่ไปแสดงความยินดีกับนักเตะของทีมตัวเองเท่านั้น โดยผู้ตัดสินและผู้เล่นของสโมสรหนองบัว พิชญ เอฟซี เดินออกมาโดยที่มีตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยช่วยกันพาออกมาอย่างปลอดภัย
- ผลพิจารณาโทษ
1) ลงโทษสโมสรปัตตานี เอฟซี ปล่อยปละละเลยให้กองเชียร์ อยู่ในสถานที่ที่ไม่ได้จัดไว้ให้เป็นที่นั่ง มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 5.3.17 ปรับเงิน 80,000 บาท เนื่องจากสโมสรปัตตานี เอฟซี เคยถูกลงโทษไปแล้วจากการกระทำผิด เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 และเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 อันเป็นการกระทำความผิดตามระเบียบนี้ซ้ำในข้อเดียวกันภายในฤดูกาลแข่งขันเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 “กรณีที่องค์กรสมาชิก (ทีม) นักกีฬาฟุตบอล เจ้าหน้าที่ทีม กองเชียร์ขององค์กรสมาชิก หรือเจ้าหน้าที่การแข่งขัน กระทำความผิดตามระเบียบนี้ซ้ำในข้อเดียวกันภายในฤดูกาลแข่งขันเดียวกัน ให้พิจารณาเพิ่มโทษอีกไม่เกินกึ่งหนึ่งของกำหนดโทษที่จะลง” ดังนั้น จึงเพิ่มโทษสโมสรปัตตานี เอฟซี ปรับเงินเพิ่มอีก 40,000 บาท รวมโทษปรับเงิน 120,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 2 จึงลงโทษปรับสองในสาม ปรับเงิน 80,000 บาท
2) ลงโทษกองเชียร์สโมสรปัตตานี เอฟซี ผ่านรั้วกั้นรอบสนามเข้าไปในสนามแข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.2 ปรับเงิน 50,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 2 จึงลงโทษปรับสองในสาม ปรับเงิน 33,333 บาท
3) ลงโทษสโมสรปัตตานี เอฟซี บกพร่องในระบบงานรักษาความปลอดภัย ที่กำหนดไว้ในระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการจัดการแข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 5.3.18 (3) ปรับเงิน 30,000 บาท เนื่องจากสโมสรปัตตานี เอฟซี เคยถูกลงโทษไปแล้วจากการกระทำผิด เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2568 และเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 อันเป็นการกระทำความผิดตามระเบียบนี้ซ้ำในข้อเดียวกันภายในฤดูกาลแข่งขันเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 “กรณีที่องค์กรสมาชิก (ทีม) นักกีฬาฟุตบอล เจ้าหน้าที่ทีม กองเชียร์ขององค์กรสมาชิก หรือเจ้าหน้าที่การแข่งขัน กระทำความผิดตามระเบียบนี้ซ้ำในข้อเดียวกันภายในฤดูกาลแข่งขันเดียวกัน ให้พิจารณาเพิ่มโทษอีกไม่เกินกึ่งหนึ่งของกำหนดโทษที่จะลง” ดังนั้น จึงเพิ่มโทษสโมสรปัตตานี เอฟซี ปรับเงินเพิ่มอีก 15,000 บาท รวมโทษปรับเงิน 45,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 2 จึงลงโทษปรับสองในสาม ปรับเงิน 30,000 บาท
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ
ข้อ 4.2 บุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด ผ่านรั้วกั้นรอบสนามเข้าไปในบริเวณพื้นที่รอบสนามแข่งขัน หรือเข้าไปในสนามแข่งขัน ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังจากการแข่งขัน โดยไม่ได้รับอนุญาต จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 50,000 บาท
การเข้าไปในสนามแข่งขันสามารถกระทำได้ หากทีมเยือนและเจ้าหน้าที่การแข่งขันได้เดินทางออกไปจากสถานที่จัดการแข่งขันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และฝ่ายจัดการแข่งขันอนุญาต
ข้อ 5.3.17 องค์กรสมาชิกใดที่เป็นทีมเหย้า ปล่อยปละละเลยให้กองเชียร์ อยู่ในสถานที่ที่ไม่ได้จัดไว้ให้เป็นที่นั่ง จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 50,000 บาท ถึง 100,000 บาท
ข้อ 5.3.18 ความบกพร่องด้านการรักษาความปลอดภัยในวันแข่งขัน
(3) หากองค์กรสมาชิกที่เป็นทีมเหย้า มีข้อบกพร่องในระบบงานรักษาความปลอดภัย ที่กำหนดไว้ในระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการจัดการแข่งขัน ในแต่ละรายการแข่งขัน จะถูกลงโทษปรับเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 100,000 บาท และ/หรือ ห้ามจัดการแข่งขันในฐานะทีมเหย้า 1 นัดเป็นอย่างน้อย จนกว่าจะแก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นให้ผ่านการรับรองจากฝ่ายจัดการแข่งขัน
บทที่ 3 ระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท สำหรับการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพ และรายการกีฬาฟุตบอลอื่น ๆ ของสมาคม
ข้อความว่า “กรณีที่องค์กรสมาชิก (ทีม) นักกีฬาฟุตบอล เจ้าหน้าที่ทีม กองเชียร์ขององค์กรสมาชิก หรือเจ้าหน้าที่การแข่งขัน กระทำความผิดตามระเบียบนี้ซ้ำในข้อเดียวกันภายในฤดูกาลแข่งขันเดียวกัน ให้พิจารณาเพิ่มโทษอีกไม่เกินกึ่งหนึ่งของกำหนดโทษที่จะลง”
3. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกสมัครเล่นรายการไทยแลนด์ เซมิโปร ลีก วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรเมืองมีน ยูไนเต็ด พบ สโมสรป้องนภา เอฟซี
- เหตุการณ์
เริ่มทำการแข่งขันช้ากว่าเวลา Official Countdown 2 นาที (จากเวลา 16.00 น. เป็นเวลา 16.02 น.) เนื่องจากผู้เล่นของสโมสรเมืองมีน ยูไนเต็ด (ทีมเหย้า) ออกจากห้องพักนักกีฬาช้า โดยออกจากห้องพักนักกีฬา เวลา 15.54 น. ผู้ควบคุมการแข่งขันได้ไปเรียกถึง 2 ครั้ง ซึ่งจากเวลานัดหมายที่อุโมงค์ คือ เวลา 15.50 น. (ครั้งแรกที่ไปเรียกเวลา 15.50 น. และครั้งที่สองที่ไปเรียกคือ เวลา 15.52 น.) ข้อมูลในส่วนนี้ได้แจ้งและกำชับในช่วงของเวลาประชุมผู้จัดการทีมแล้ว โดยที่สโมสรป้องนภา เอฟซี (ทีมเยือน) ได้ออกมายืนเข้าแถวรอที่อุโมงค์ตั้งแต่เวลา 15.50 น. (ตรงเวลา) เมื่อผู้เล่นออกมาที่อุโมงค์ จึงได้เริ่มดำเนินการตามขั้นตอนของการเดินลงสู่สนามต่อไป
- ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษสโมสรเมืองมีน ยูไนเต็ด ไม่ทำตามกำหนดการ ขั้นตอน และการนับเวลาถอยหลัง (OFFICIAL COUNTDOWN) มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 3.6 ความผิดครั้งแรก จึงลงโทษเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรว่าให้สโมสรปฏิบัติตามกำหนดการขั้นตอน และการนับเวลาถอยหลังอย่างเคร่งครัด และ/หรือ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับสมาคม (ถ้ามี)
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ
ข้อ 3.6 ต้องทำตามกำหนดการ ขั้นตอน และการนับเวลาถอยหลัง (OFFICIAL COUNTDOWN) ภายในระยะเวลาที่กำหนด มิฉะนั้นจะเป็นความผิด ไม่ว่าจะเริ่มการแข่งขันในเวลาได้หรือไม่ก็ตาม
ครั้งแรก เตือนเป็นลายลักษณ์อักษร และ/หรือ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับสมาคม (ถ้ามี)
ครั้งต่อไป จะถูกปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 60,000 บาท และ/หรือ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับสมาคม (ถ้ามี)
4. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกสมัครเล่นรายการไทยแลนด์ เซมิโปร ลีก วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรปากน้ำโพ เอฟซี พบ สโมสรเพชรบูรณ์ เอฟชี
- เหตุการณ์
หลังจากผู้ตัดสินเป่าจบเกมการแข่งขันแล้ว จากนั้นได้มีผู้เล่นหมายเลข 17 นายพรชัย ครุธเครือ สโมสรปากน้ำโพ เอฟซี ได้เข้ามาต่อว่าผู้ตัดสินด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย และได้เดินเข้ามาใช้ไหล่ชนผู้ตัดสิน จนมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาห้ามผู้เล่นคนดังกล่าว และต่อมาได้มีผู้เล่นหมายเลข 20 นายพีรธัช ศักดิ์ศรี สโมสรปากน้ำโพ เอฟซี ได้เข้ามาต่อว่าผู้ตัดสินด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพาผู้ตัดสินออกจากสนามแข่งขัน โดยไม่มีเหตุการณ์บานปลาย
- ผลพิจารณาโทษ
1) ลงโทษผู้เล่นหมายเลข 17 นายพรชัย ครุธเครือ สโมสรปากน้ำโพ เอฟซี ด่าด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 1.9 ถูกพักการแข่งขัน 3 นัด และปรับเงิน 40,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยแลนด์ เซมิโปร ลีก จึงลงโทษปรับหนึ่งในสี่ ปรับเงิน 10,000 บาท
2) ลงโทษผู้เล่นหมายเลข 20 นายพีรธัช ศักดิ์ศรี สโมสรปากน้ำโพ เอฟซี ด่าด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 1.9 ถูกพักการแข่งขัน 2 นัด และปรับเงิน 30,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยแลนด์ เซมิโปร ลีก จึงลงโทษปรับหนึ่งในสี่ ปรับเงิน 7,500 บาท
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ
ข้อ 1.9 ด่าด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย หรือเยาะเย้ย ดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือ ข่มขู่ หรือการเหยียดผิวหรือเชื้อชาติต่อบุคคลใด ด้วยพฤติกรรมที่ชัดแจ้ง ทั้งภาษากาย หรือการกระทำอื่นใดซึ่งสื่อถึงความหมายนั้น ทั้งภายในและภายนอกสถานที่จัดการแข่งขัน ก่อน ระหว่าง หรือหลังการแข่งขัน ถูกพักการแข่งขัน 1 ถึง 3 นัด และปรับเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 60,000 บาท
หากมีการกระทำความผิดลักษณะเดียวกันซ้ำอีก อาจถูกพิจารณาเพิ่มโทษตามลักษณะโทษในหมวดที่ 1
5. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกสมัครเล่นรายการไทยแลนด์ เซมิโปร ลีก วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เอฟซี พบ สโมสรภูเก็ต ยูไนเต็ด
- เหตุการณ์
หลังจบการแข่งขันในขณะที่ผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสินกำลังจะเดินเพื่อกลับเข้าสู่ห้องพัก ได้มีกลุ่มกองเชียร์สโมสรภูเก็ต ยูไนเต็ด ยืนอยู่บริเวณหน้าห้องพักผู้ตัดสิน และส่วนหนึ่งยืนอยู่ด้านบนอัฒจันทร์ด้านขวามือ สังเกตได้จากมีบางคนใส่เสื้อสีเทาแบบเดียวกับผู้เล่นสโมสรภูเก็ต ยูไนเต็ด และได้จัดให้นั่งอยู่ทางด้านขวามือของอัฒจันทร์หลัก ได้ตะโกนด่าผู้ตัดสินด้วยคำพูดหยาบคาย ซึ่งผู้ตัดสินและทีมงานทั้งหมด รวม 4 คน ได้ยินคำด่าชัดเจน
- ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษกองเชียร์สโมสรภูเก็ต ยูไนเต็ด ด่าด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.1 ปรับเงิน 30,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยแลนด์ เซมิโปร ลีก จึงลงโทษปรับหนึ่งในสี่ ปรับเงิน 7,500 บาท
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ
ข้อ 4.1 ด่าบุคคลใด ด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย หรือเยาะเย้ย ดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือแสดงกิริยาก้าวร้าว ข่มขู่ เช่น การเหยียดผิวหรือเชื้อชาติบุคคลใดด้วยพฤติกรรมที่ชัดแจ้ง ทั้งภาษากาย จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 30,000 บาท
หากการกระทำผิดตามวรรคแรก กระทำโดยบุคคลหลายคนโดยพร้อมเพรียงกัน จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 40,000 บาท
หากเป็นการกระทำโดยผ่านเครื่องโทรโข่ง หรือเครื่องขยายเสียงประกอบการเชียร์ หรือถ่ายทอดสดผ่านทางสื่อออนไลน์ ปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 50,000 บาท และห้ามนำอุปกรณ์ดังกล่าวเข้าสถานที่จัดการแข่งขัน 1 ถึง 4 นัด
6. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกสมัครเล่นรายการไทยแลนด์ เซมิโปร ลีก วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรฟาโรห์ เพชรบุรี ยูไนเต็ด พบสโมสรดีพียู ท่ายาง เอฟซี
- เหตุการณ์
สโมสรฟาโรห์ เพชรบุรี ยูไนเต็ด มีเจตนาไม่เดินทางไปทำการแข่งขันตามโปรแกรมที่กำหนด โดยแจ้งเรื่องขอถอนทีมออกจากการแข่งขันฟุตบอลลีกสมัครเล่น รายการไทยแลนด์ เซมิโปร ลีก ฤดูกาล 2568/69 เนื่องจากไม่มีความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน ส่งผลให้ฝ่ายจัดการแข่งขันต้องแจ้งเหตุที่ไม่มีการแข่งขันในวันดังกล่าว
- ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษสโมสรฟาโรห์ เพชรบุรี ยูไนเต็ด มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 1 ลักษณะโทษ ข้อ 2 โทษขององค์กรสมาชิก (ทีม) ข้อ 2.6 ปรับแพ้ ประกอบกับบทที่ 3 ของระเบียบดังกล่าว ข้อความว่า “ข้อกำหนดบทลงโทษเรื่องการปรับแพ้ ให้ปรับทีมนั้นเป็นแพ้ โดยให้นับประตูเสียตามที่เสียจริง หากเสียน้อยกว่า 3 ประตู ให้นับประตูเสียเป็น 3 ประตู ส่วนประตูได้ให้ปรับเป็น 0 ประตู” จึงลงโทษปรับสโมสรฟาโรห์ เพชรบุรี ยูไนเต็ด แพ้ สโมสรดีพียู ท่ายาง เอฟซี 0 ประตูต่อ 3
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ
หมวดที่ 1 ลักษณะโทษ ข้อ 2. โทษขององค์กรสมาชิก (ทีม) มีดังนี้
2.1 เตือน
2.2 ปรับเงิน
2.3 เล่นโดยไม่อนุญาตให้กองเชียร์ของทีมเหย้าเข้าสถานที่จัดการแข่งขัน
2.4 เล่นในสถานที่จัดการแข่งขันกลาง ที่คณะกรรมการ กำหนด
2.5 เล่นในสถานที่จัดการแข่งขัน ที่คณะกรรมการ กำหนด
2.6 ปรับแพ้
2.7 ตัดคะแนน
2.8 ไม่อนุญาตให้ทำการซื้อ-ขายนักกีฬา
2.9 ไม่อนุญาตให้เข้าร่วมการแข่งขัน
2.10 ลดชั้นลงไปเล่นในลีกที่ต่ำกว่า
2.11 ริบเงินรางวัล/คืนรางวัล
2.12 ปรับให้ออกจากการแข่งขัน
บทที่ 3 ระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท สำหรับการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพ และรายการกีฬาฟุตบอลอื่น ๆ ของสมาคม
ข้อกำหนดบทลงโทษเรื่องการปรับแพ้ ให้ปรับทีมนั้นเป็นแพ้ โดยให้นับประตูเสียตามที่เสียจริง หากเสียน้อยกว่า 3 ประตู ให้นับประตูเสียเป็น 3 ประตู ส่วนประตูได้ให้ปรับเป็น 0 ประตู
National Team Men
25 May 2026
ไทย เจ้าภาพ! AFC แจ้ง ทีมชาติไทย U20 อยู่โถ 2 จับสลาก AFC U20 Asian Cup™ China 2027 Qualifiers
National Team Women's
25 May 2026
OFFICIAL! ประกาศ : รายชื่อ 23 แข้ง ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ชุดอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์ดวล "เมียนมา-อุซเบกิสถาน"
National Team Men
25 May 2026
#Schedule : ทีมชาติไทย U23 เพิ่มโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องฟีฟ่า เดย์ เดือนมิถุนายน