04 November 2026

4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สรุปผลการประชุมคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ครั้งที่ 10 ประจำฤดูกาล 2569/70

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ที่ผ่านมา คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท จัดประชุม ครั้งที่ 10 ประจำฤดูกาล 2569/70 โดยมี นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ เป็นประธาน

พิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน (มี 5 คู่)

1. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 24 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรทัพหลวง ยูไนเต็ด พบ สโมสรทหารบก เอฟซี (สโมสรทัพหลวง ยูไนเต็ด ร้องเรียนมา 1 เหตุการณ์) 

- เหตุการณ์ 
ในนาทีที่ 90+1 ผู้เล่นหมายเลข 6 นายภครพล หมัดอะดัม สโมสรทัพหลวง ยูไนเต็ด ถูกผู้เล่นหมายเลข 69 นายสุพจน์ บัวไร่ขิง สโมสรทหารบก เอฟซี ปะทะจนล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์ แต่ให้สโมสรทัพหลวง ยูไนเต็ด ได้เตะฟรีคิกนอกเขตโทษ ทำให้สโมสรทัพหลวง ยูไนเต็ด ไม่ได้จุดโทษ

- ผลพิจารณา
ลงโทษนายจิรายุ จงอนุรักษ์ ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 2 สัปดาห์ เนื่องจากจังหวะเข้าชิงแย่งบอลผู้เล่นหมายเลข 6 นายภครพล หมัดอะดัม สโมสรทัพหลวง ยูไนเต็ด หันหลังเบียดพิงกับผู้เล่นหมายเลข 69 นายสุพจน์ บัวไร่ขิง สโมสรทหารบก เอฟซี ขณะบอลกระดอนห่างจากตัวเล็กน้อย ก่อนล้มลงจากการเสียหลักในจังหวะเบียดแย่งบอล โดยไม่ปรากฏว่าการสัมผัสด้วยมือของผู้เล่นฝ่ายรับเป็นสาเหตุให้ล้มลง จึงถือเป็นการเล่นตามปกติและไม่เป็นการกระทำผิดกติกา ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์ ถือว่าตัดสินไม่ถูกต้อง

2. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 24 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรอ่างทอง เอฟซี พบ สโมสรสิงห์บุรี วอร์ริเออร์ (สโมสรสิงห์บุรี วอร์ริเออร์ ร้องเรียนมา 1 เหตุการณ์) 

- เหตุการณ์ 
ในนาทีที่ 65 สโมสรสิงห์บุรี วอร์ริเออร์ เปิดลูกเตะมุมเข้ามา ผู้เล่นหมายเลข 25 นายพรชา รอดนัคเรศน์ สโมสรอ่างทอง เอฟซี พยายามสกัดบอล ทำให้ลูกบอลลอยมาสัมผัสแขนของผู้เล่นหมายเลข 33 Mr. MARCIANO DE OLIVEIRA FILHO ODAIR สโมสรอ่างทอง เอฟซี ในเขตโทษ ผู้ตัดสินไม่ได้มีการเป่าฟาวล์แฮนด์บอล ทำให้สโมสรสิงห์บุรี วอร์ริเออร์ ไม่ได้จุดโทษ

- ผลพิจารณา
นายโชคมงคลทรัพย์ สุรินทราโช ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง เนื่องจากลูกบอลสัมผัสบริเวณแขนท่อนบนและหน้าอกของผู้เล่นหมายเลข 33 Mr. MARCIANO DE OLIVEIRA FILHO ODAIR สโมสรอ่างทอง เอฟซี โดยตำแหน่งแขนแนบลงข้างลำตัวและมือชี้ลงพื้น มีลักษณะเป็นธรรมชาติตามการเคลื่อนไหว อีกทั้งบอลถูกเตะมาจากผู้เล่นฝ่ายเดียวกัน ซึ่งเป็นข้อยกเว้นของกติกา จึงไม่ถือเป็นการกระทำผิดกติกาแฮนด์บอล ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินไม่เป่าฟาวล์แฮนด์บอล ถือว่าตัดสินถูกต้อง 

3. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 25 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี พบ สโมสรสมุทรสาคร ซิตี้ (สโมสรสมุทรสาคร ซิตี้ ร้องเรียนมา 1 เหตุการณ์) 

- เหตุการณ์ 
ในนาทีที่ 53 ในจังหวะที่สโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี ได้ลูกเตะมุม ผู้เล่นหมายเลข 10 Mr. KEDER JUNIOR MARQUES DA CUNHA สโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี วางลูกบอลอยู่นอกเขตมุม โดยผู้ตัดสินไม่ได้มีการทักท้วงแต่อย่างใด ทำให้สโมสรสมุทรสาคร ซิตี้ เสียประตูในจังหวะต่อมา

- ผลพิจารณา
ลงโทษนายกิตติโชค หูทิพย์ ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 6 สัปดาห์ เนื่องจากตำแหน่งการวางลูกบอลของผู้เล่นหมายเลข 10 Mr. KEDER JUNIOR MARQUES DA CUNHA สโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี อยู่นอกเขตมุมอย่างชัดเจน ซึ่งไม่เป็นไปตามกติกาการแข่งขัน เมื่อผู้เล่นเตะบอลจากตำแหน่งดังกล่าวและเพื่อนร่วมทีมโหม่งบอลเข้าประตู ผู้ตัดสินต้องไม่ให้ประตู และให้สโมสรสมุทรสาคร ซิตี้ ได้เริ่มเล่นใหม่จากการเตะจากประตู (กติกาใหม่ว่าด้วยการให้ได้เปรียบ) ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินไม่ตรวจสอบตำแหน่งการวางลูกบอลและให้ประตูดังกล่าว ถือว่าตัดสินไม่ถูกต้อง

4. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 25 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรปากน้ำโพ เอฟซี พบ สโมสรเขลางค์ ยูไนเต็ด (สโมสรเขลางค์ ยูไนเต็ด ร้องเรียนมา 1 เหตุการณ์) 

- เหตุการณ์ 
ในนาทีที่ 25 ผู้เล่นหมายเลข 9 นายกฤษฎา ต่ายวงค์ สโมสรเขลางค์ ยูไนเต็ด ถูกผู้รักษาประตูหมายเลข 26 นายจักรพงษ์ พรชื่น สโมสรปากน้ำโพ เอฟซี เข้าปะทะจนล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินไม่ได้เป่าฟาวล์ ทำให้สโมสรเขลางค์ ยูไนเต็ด ไม่ได้จุดโทษ

- ผลพิจารณา
ลงโทษนายเอกชัย จุ้ยวงค์ ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 6 สัปดาห์ เนื่องจากผู้เล่นหมายเลข 9 นายกฤษฎา ต่ายวงค์ สโมสรเขลางค์ ยูไนเต็ด ใช้เท้าขวาเตะบอลเปลี่ยนทิศทางไปทางซ้ายได้ก่อน ส่งผลให้ขาของผู้รักษาประตูที่เหยียดออกไปกระแทกขาขวาของผู้เล่นหมายเลข 9 สโมสรเขลางค์ ยูไนเต็ด จนขาถูกเหวี่ยงจากแรงปะทะ ลำตัวหมุนลอยขึ้นและล้มลง ลักษณะดังกล่าวเป็นการเข้าสกัดหรือปะทะแย่งชิงบอล (Tackle/Challenge) โดยผิดกติกา ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินไม่เป่าฟาวล์และปล่อยให้เล่นต่อไป ถือว่าตัดสินไม่ถูกต้อง

5. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการช้าง เอฟเอ คัพ  วันที่ 21 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรบางกอก เอฟซี พบ สโมสรหนองบัว พิชญ เอฟซี (สโมสรบางกอก เอฟซี  ร้องเรียนมา 1 เหตุการณ์) 

- เหตุการณ์ 
ในนาทีที่ 78 ผู้เล่นหมายเลข 99 Mr. JARDEL CAPISTRANO สโมสรบางกอก เอฟซี โหม่งบอลไปสัมผัสแขนของผู้เล่นหมายเลข 5 นายอดิศักดิ์ แหวนหล่อ สโมสรหนองบัว พิชญ เอฟซี ในเขตโทษ ผู้ตัดสินไม่ได้เป่าฟาวล์แฮนด์บอล ทำให้สโมสรบางกอก เอฟซี ไม่ได้จุดโทษ

- ผลพิจารณา
ลงโทษนายนริศ มุ่งเติมกลาง ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 6 สัปดาห์ เนื่องจากผู้เล่นหมายเลข 5 นายอดิศักดิ์ แหวนหล่อ สโมสรหนองบัว พิชญ เอฟซี กางแขนออกในลักษณะไม่เป็นธรรมชาติขณะแย่งโหม่งบอล โดยยกแขนขึ้นเหนือระดับไหล่และทำให้ร่างกายมีขนาดใหญ่ขึ้น ถือเป็นการกระทำผิดกติกาแฮนด์บอล ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินไม่เป่าฟาวล์แฮนด์บอล ถือว่าตัดสินไม่ถูกต้อง

พิจารณากรณีเหตุการณ์ไม่ปกติของการแข่งขันกีฬาฟุตซอล  (มี 1 คู่)

6. การแข่งขันกีฬาฟุตซอลรายการ MEA ฟุตซอลไทยลีก ประจำฤดูกาล 2569 วันที่ 24 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรนนทบุรี ฟุตซอลคลับ พบ สโมสรฟุตซอลราชนาวี 

- เหตุการณ์ 
หลังจบการแข่งขัน ประมาณ 30 นาที กองเชียร์สโมสรนนทบุรี ฟุตซอลคลับ ได้จุดพลุภายในสนามแข่งขัน

- ผลพิจารณา
ลงโทษกองเชียร์สโมสรนนทบุรี ฟุตซอลคลับ ที่จุดพลุภายในสนามแข่งขันหลังจากจบการแข่งขันแล้ว ผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท ข้อประท้วงของการแข่งขันกีฬาฟุตซอลฯ ตามหมวดที่ 2 ข้อ 2.4 ประกอบกับระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ตามบทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.3 ปรับเงิน 60,000 บาท  แต่เนื่องจากเป็นรายการที่อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ตามบทที่ 3 วรรคแปด ของระเบียบดังกล่าว จึงลดอัตราโทษเหลือหนึ่งในสาม ปรับเป็นเงิน 20,000 บาท 

นอกจากนี้ ปรากฎว่ากองเชียร์สโมสรนนทบุรี ฟุตซอลคลับ เคยกระทำความผิดในลักษณะนี้มาแล้ว ซึ่งตามหมวดที่ 3 ข้อ 8.3 ของระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท ข้อประท้วงของการแข่งขันกีฬาฟุตซอลฯ ให้พิจารณาเพิ่มโทษอีกไม่เกินกึ่งหนึ่งของกำหนดโทษที่จะลง ดังนั้น จึงเพิ่มโทษปรับเงินอีกจำนวน 10,000 บาท รวมเป็นโทษปรับเงินทั้งสิ้น 30,000 บาท

- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท และข้อประท้วงของการแข่งขันกีฬาฟุตซอล (ที่เข้าข่าย)
ข้อ 2.4 พิจารณาออกระเบียบการลงโทษ หรือข้อบังคับเกี่ยวกับการพิจารณาวินัย มารยาท และข้อประท้วงเพิ่มเติมกรณี ระเบียบ หรือข้อบังคับ ที่มีไม่ครอบคลุมถึง และสามารถนำระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ หรือของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC) หรือของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) มาบังคับใช้โดยอนุโลม

ข้อ 8.3 กระทำความผิดซ้ำในข้อเดียวกัน ภายในฤดูกาลแข่งขันเดียวกัน ให้พิจารณาเพิ่มโทษอีกไม่เกินกึ่งหนึ่งของกำหนดโทษที่จะลง

- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ (ที่เข้าข่าย)
บทที่ 3 วรรคแปด การแข่งขันกีฬาฟุตบอลสมัครเล่นของประเทศไทย และทุกรายการของสมาคม รับโทษค่าปรับเงินหนึ่งในสาม ของอัตราที่กำหนดไว้ในบทลงโทษ  

ข้อ 4.3 ใช้วัสดุอุปกรณ์ใด ๆ ที่ก่อให้เกิดการรบกวนการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน หรือนักกีฬาฟุตบอลระหว่างการแข่งขัน เช่น การเป่านกหวีด หรือการใช้แตร หรือการใช้แตรไฟฟ้า หรือฉายแสงเลเซอร์ เป็นต้น หรือกระทำการใด ๆ ที่ไม่เหมาะสมในสถานที่จัดการแข่งขัน ได้แก่ การจุดพลุ หรือจุดประทัด หรือจุดไฟเย็น หรือจุดวัตถุอื่นจนเกิดเป็นควัน หรือจุดพลุบริเวณที่ว่างด้านหลังของอัฒจันทร์ ทั้งก่อน หรือระหว่าง หรือหลังจากการแข่งขันจบลงแล้ว จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 60,000 บาท

พิจารณาเหตุการณ์ไม่ปกติของการแข่งขันกีฬาฟุตบอล (มี 4 คู่)

7. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการบีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง วันที่ 24 ตุลาคม 2569  คู่ระหว่างสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ สโมสรศรีสะเกษ ยูไนเต็ด 

- เหตุการณ์
หลังจบการแข่งขัน กองเชียร์ของสโมสรศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ได้รับบาดเจ็บบริเวณอัฒจันทร์ทีมเยือน โดยมีรายงานว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บลื่นและเสียการทรงตัว ก่อนถูกโครงเหล็กของเก้าอี้ซึ่งถอดที่นั่งออกแล้วทิ่มบริเวณต้นขา เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บและต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล 

- ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บกพร่องด้านการรักษาความปลอดภัยในวันแข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 5.3.18 (2) ปรับเงิน 10,000 บาท

- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ 
ข้อ 5.3.18 ความบกพร่องด้านการรักษาความปลอดภัยในวันแข่งขัน
(2) หากองค์กรสมาชิกที่เป็นทีมเหย้า ไม่สามารถป้องกันหรือระงับเหตุที่เกิดขึ้นจากการกระทำในสถานที่จัดการแข่งขันไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตาม และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นภาพลบต่อการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพ จะถูกลงโทษปรับเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 100,000 บาท และ/หรือ ห้ามใช้สถานที่จัดการแข่งขันทีมเหย้า 1 นัดเป็นอย่างน้อย จนกว่าจะแก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นให้ผ่านการรับรองจากฝ่ายจัดการแข่งขัน

8. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการบีวายดี ซีล ไฟว์ ลีกสอง วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 คู่ระหว่างสโมสรพัทยา ยูไนเต็ด พบ สโมสรพลังกาญจน์ เอฟซี 

- เหตุการณ์
1) หลังจบการแข่งขันครึ่งแรก ขณะที่ผู้เล่นสโมสรพลังกาญจน์ื เอฟซี กำลังเดินกลับห้องพักนักกีฬา ได้มีกองเชียร์สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นชาวต่างชาติจำนวน 2 คน นั่งอยู่บริเวณอัฒจันทร์หลักฝั่งซ้ายมือของที่นั่งประธาน ซึ่งอยู่ใกล้ทางเดินเข้าห้องพักนักกีฬา ได้ลุกขึ้นยืนตะโกนถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น เหยียดหยาม พร้อมแสดงสัญลักษณ์นิ้วกลางใส่ผู้เล่นสโมสรพลังกาญจน์ เอฟซี 

2) หลังจบการแข่งขัน Mr. Park Hang Seo หัวหน้าผู้ฝึกสอนสโมสรพลังกาญจน์ เอฟซี ซึ่งถูกพักการปฏิบัติหน้าที่ในนัดดังกล่าว ได้ออกมายืนบริเวณทางเดินและโต้เถียงท้าทายกับกองเชียร์สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด โดยกองเชียร์สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้ตะโกนถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น เหยียดหยาม เหยียดผิวหรือเหยียดเชื้อชาติ ใส่ผู้เล่นและเจ้าหน้าที่ทีมสโมสรพลังกาญจน์ เอฟซี 

- ผลพิจารณา
ที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ยังไม่พิจารณาโทษ โดยมีมติให้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ในวันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน 2569 เวลา 09.30 น. ณ ที่ทำการสมาคมฯ 

9. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 25 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรธนบุรี ยูไนเต็ด พบ สโมสรบางกอก เอฟซี 
 
- เหตุการณ์
ในนาทีที่ 90+4 กองเชียร์สโมสรธนบุรี ยูไนเต็ด บนอัฒจันทร์หลัก ได้ตะโกนถ้อยคำหยาบคาย ต่อผู้เล่นสโมสรบางกอก เอฟซี ในลักษณะเหยียดสีผิว โดยปรากฏพยานหลักฐานจากการบันทึกเสียง
 
- ผลพิจารณาโทษ
สโมสรธนบุรี ยูไนเต็ด ได้มีหนังสือชี้แจงและออกแถลงการณ์ยอมรับต่อเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมทั้งได้ดำเนินการสืบหาตัวกองเชียร์ผู้กระทำผิด ลงโทษผู้กระทำผิด และออกแถลงการณ์ขอโทษอย่างเป็นทางการต่อผู้เล่นสโมสรบางกอก เอฟซี และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายแล้ว และการกระทำดังกล่่าวเป็นการกระทำของบุคคลเดียว โดยต่อมาบุคคลดังกล่าวได้สำนึกผิดและได้มีการขอโทษ แต่อย่างไรก็ดี คณะกรรมการฯ เห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพ จึงลงโทษในอัตราโทษสูงสุด
 
ลงโทษกองเชียร์สโมสรธนบุรี ยูไนเต็ด ด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายและเหยียดสีผิวและเชื้อชาติอย่างชัดแจ้ง มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.1 ปรับเงิน 30,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 3 จึงลงโทษปรับหนึ่งในสาม ปรับเงิน 10,000 บาท
 
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ 
ข้อ 4.1 ด่าบุคคลใด ด้วยถ้อยคำหยาบคาย เยาะเย้ย ดูหมิ่น เหยียดหยาม เหยียดผิว หรือเหยียดเชื้อชาติด้วยวาจา หรือแสดงกิริยาก้าวร้าวต่อบุคคลใดด้วยพฤติกรรมที่ชัดแจ้ง ทั้งภาษากาย หรือแสดงพฤติกรรมหรือกระทำการใด ๆ ที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน หรือต่อบุคคลใด ในสถานที่จัดการแข่งขัน ก่อน ระหว่าง หรือหลังการแข่งขัน จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 30,000 บาท  หากกระทำโดยบุคคลหลายคนโดยพร้อมเพรียงกัน จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 40,000 บาท
 
การกระทำตามวรรคแรก หากมีการกระทำโดยผ่านอุปกรณ์ขยายเสียงทุกประเภท หรือถ่ายทอดสดผ่านทางสื่อออนไลน์ ปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 50,000 บาท และห้ามนำอุปกรณ์ดังกล่าวเข้าสถานที่จัดการแข่งขัน 1 ถึง 4 นัด

 

10. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 คู่ระหว่างสโมสรลพบุรี โพม่า เอฟซี พบ สโมสรฟูเทร่า ยูไนเต็ด 

- เหตุการณ์
หลังจบการแข่งขัน ขณะที่ผู้ตัดสินกำลังเดินออกจากสนาม เพื่อเข้าอุโมงค์ไปยังห้องพักผู้ตัดสิน ปรากฏเหตุกองเชียร์สโมสรลพบุรี โพม่า เอฟซี ใส่เสื้อสีดำถือโทรโข่ง 1 คน และเสื้อสีขาว 1 คน นั่งอยู่บนอัฒจันทร์หลักฝั่งประธาน ซึ่งจัดไว้เป็นที่นั่งของทีมเหย้า (ตามแผนผังสนาม) ได้ตะโกนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายและได้มีการโยนเม็ดถั่วลงมาใส่ผู้ตัดสินประมาณหนึ่งกำมือ โดนบริเวณตัวของผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 1 หลังจากนั้นทีมงานเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ได้เข้ามาควบคุมเหตุการณ์ พาผู้ตัดสินเข้าห้องพักได้อย่างปลอดภัย

- ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษกองเชียร์สโมสรลพบุรี โพม่า เอฟซี ด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายและขว้างปาวัตถุใส่เจ้าหน้าที่การแข่งขัน กระทำผิดต่อเนื่องสองกรรมลงโทษบทหนัก มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.4 ปรับเงิน 50,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 3 จึงลงโทษปรับหนึ่งในสาม ปรับเงิน 16,666 บาท

- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ 
ข้อ 4.4 กองเชียร์ทีมใด หรือกลุ่มบุคคลใด หรือบุคคลใด ขว้างปาหรือกระทำด้วยประการใด ให้วัสดุหรือสิ่งของอื่นใด เข้าไปในสนามก็ดี หรือกระทำต่อนักกีฬาฟุตบอล หรือเจ้าหน้าที่ทีม หรือกองเชียร์ทีมคู่แข่งขัน หรือเจ้าหน้าที่การแข่งขันก็ดี องค์กรสมาชิกต้นสังกัดของกองเชียร์ที่เป็นผู้กระทำ และ/หรือ องค์กรสมาชิกที่เป็นทีมเหย้าที่ปล่อยให้มีการกระทำดังกล่าวต้องรับโทษ จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 60,000 บาท

ข่าวสารอื่นๆ

Development

04 November 2026

สมาคมฯ ร่วมกับ FIFA เปิดโปรแกรมประเมินวิทยากร “FIFA Assessment Practice Programme” กลุ่มที่ 2 ยกระดับโค้ชไทยสู่มาตรฐานสากล

สมาคมฯ ร่วมกับ FIFA เปิดโปรแกรมประเมินวิทยากร “FIFA Assessment Practice Programme” กลุ่มที่ 2 ยกระดับโค้ชไทยสู่มาตรฐานสากล

National Team Men

03 November 2026

"แอนโธนี ฮัดสัน" ให้สัมภาษณ์ หลังการประกาศรายชื่อ 23 นักเตะทีมชาติไทย ทำศึกคิงส์ คัพ ครั้งที่ 52 ณ จังหวัดศรีสะเกษ

"แอนโธนี ฮัดสัน" ให้สัมภาษณ์ หลังการประกาศรายชื่อ 23 นักเตะทีมชาติไทย ทำศึกคิงส์ คัพ ครั้งที่ 52 ณ จังหวัดศรีสะเกษ

National Team Men

03 November 2026

OFFICIAL! ประกาศรายชื่อ 23 แข้ง ฟุตบอลชายทีมชาติไทย ทำศึกคิงส์ คัพ ครั้งที่ 52 ณ จังหวัดศรีสะเกษ

OFFICIAL! ประกาศรายชื่อ 23 แข้ง ฟุตบอลชายทีมชาติไทย ทำศึกคิงส์ คัพ ครั้งที่ 52 ณ จังหวัดศรีสะเกษ