16 October 2026

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สรุปผลการประชุมคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ครั้งที่ 7 ประจำฤดูกาล 2569/70

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท จัดประชุม ครั้งที่ 7 ประจำฤดูกาล 2569/70 โดยมี นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ เป็นประธาน

พิจารณาเหตุการณ์ไม่ปกติของการแข่งขันกีฬาฟุตบอล (มี 5 คู่)
 
1. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง วันที่ 10 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด พบ สโมสรอยุธยา ยูไนเต็ด 
 
- เหตุการณ์
เหตุการณ์ที่ 1 นาทีที่ 55 ได้เกิดเหตุการณ์กองเชียร์ของทีมเหย้าและทีมเยือน ได้ขว้างปาสิ่งของใส่กันบริเวณอัฒจันทร์ฝั่งทิศเหนือ โดยอัฒจันทร์ฝั่งทิศเหนือด้านซ้ายจัดไว้สำหรับกองเชียร์ทีมเยือน ส่วนด้านขวาจัดไว้สำหรับกองเชียร์ทีมเหย้า โดยมีการขึงผ้าใบสีน้ำเงินคลุมบริเวณที่นั่งในแนวดิ่งเพื่อแบ่งแยกพื้นที่ของกองเชียร์ทั้งสองฝ่ายและป้องกันไม่ให้ข้ามเขตเข้าหากัน ขณะเกิดเหตุตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้เข้าระงับเหตุไม่ให้รุกราน จึงสงบลง
 
เหตุการณ์ที่ 2 ภายหลังการแข่งขันขณะที่กองเชียร์กำลังเดินออกจากสนาม  ผู้ควบคุมการแข่งขันได้รับแจ้งข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ทีม และกองเชียร์สโมสรอยุธยา ยูไนเต็ด ว่าขณะกำลังเดินทางออกจากอัฒจันทร์และมุ่งหน้าไปยังบริเวณลานจอดรถ กองเชียร์สโมสรอยุธยา ยูไนเต็ด ได้มีปากเสียงตอบโต้กับกลุ่มชายสวมชุดดำ ก่อนที่จะถูกชายชุดดำใช้กำลังก่อเหตุทำร้ายร่างกายกองเชียร์สโมสรอยุธยา ยูไนเต็ด มีภาพบาดแผลการถูกทำร้ายบนใบหน้า และมีพยานบุคคลยืนยันเหตุการณ์ โดยภาพจากสื่อออนไลน์พบว่าชายสวมชุดดำดังกล่าวปรากฏตัวในระหว่างการแข่งขัน อยู่บริเวณอัฒจันทร์ที่จัดไว้สำหรับกองเชียร์สโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด
 
- ผลการพิจารณา
1) ลงโทษกองเชียร์ทั้งสองสโมสร ขว้างปาสิ่งของใส่กองเชียร์ทีมคู่แข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.4 ปรับเงินสโมสรละ 30,000 บาท
 
2) ลงโทษกองเชียร์สโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ทำร้ายร่างกายไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.9 ปรับเงิน 50,000 บาท
 
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ
ข้อ 4.4 กองเชียร์ทีมใด หรือกลุ่มบุคคลใด หรือบุคคลใด ขว้างปาหรือกระทำด้วยประการใด ให้วัสดุหรือสิ่งของอื่นใด เข้าไปในสนามก็ดี หรือกระทำต่อนักกีฬาฟุตบอล หรือเจ้าหน้าที่ทีม หรือกองเชียร์ทีมคู่แข่งขัน หรือเจ้าหน้าที่การแข่งขันก็ดี องค์กรสมาชิกต้นสังกัดของกองเชียร์ที่เป็นผู้กระทำ และ/หรือ องค์กรสมาชิกที่เป็นทีมเหย้าที่ปล่อยให้มีการกระทำดังกล่าวต้องรับโทษ จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 60,000 บาท
 
ข้อ 4.9 ทำร้ายบุคคลใด ในสถานที่จัดการแข่งขัน โดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ จะถูกปรับเงิน 50,000 บาท 

หากการกระทำดังกล่าว เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ หรือบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ความตาย จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 50,000 บาท ถึง 200,000 บาท และชดใช้ค่ารักษาพยาบาลตามที่มีการเรียกร้องมา รวมทั้งอาจพิจารณาเพิ่มโทษ 
 
องค์กรสมาชิกทีมเหย้า มีความผิดต้องรับโทษตามข้อ 5.3.18 แล้วแต่กรณี

2. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง วันที่ 11 ตุลาคม 2569  คู่ระหว่างสโมสรการท่าเรือ เอฟซี พบ สโมสรปัตตานี เอฟซี  

- เหตุการณ์ 
เหตุการณ์ที่ 1 นาทีที่ 80 ภายหลังสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ทำประตูได้ เป็นประตูที่ 3 ปรากฏว่ามีกองเชียร์บริเวณอัฒจันทร์ด้านหลังประตูฝั่งซ้ายมือ โซน B ซึ่งองค์กรสมาชิกทีมเหย้ากำหนดผังที่นั่งสำหรับรองรับกองเชียร์สโมสรการท่าเรือ เอฟซี มีการขว้างปาแก้วที่มีน้ำแข็งลงมาในสนามแข่งขันบริเวณกรอบเขตโทษ  

เหตุการณ์ที่ 2 นาทีที่ 81 ของการแข่งขัน หลังจากสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ยิงประตูขึ้นนำ และผู้เล่นได้แสดงความดีใจบริเวณกลางสนาม ได้เกิดเหตุการณ์ที่กองเชียร์สโมสรปัตตานี เอฟซี ซึ่งนั่งอยู่บริเวณอัฒจันทร์หลักฝั่งขวามือของสนามแข่งขัน อันเป็นพื้นที่ที่จัดไว้สำหรับกองเชียร์ทีมเยือน แสดงความไม่พอใจผู้เล่นของสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ที่กำลังพูดคุยตอบโต้กับเจ้าหน้าที่สโมสรปัตตานี เอฟซี โดยมีการขว้างปาแก้วน้ำและน้ำแข็งลงมายังสนามแข่งขันเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อความเรียบร้อยและบรรยากาศในการแข่งขัน 

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเหตุการณ์ ผู้เล่นและเจ้าหน้าที่ของทั้งสองสโมสรได้พูดคุยและมีการขอโทษกัน ส่งผลให้สถานการณ์คลี่คลายและกลับเข้าสู่ภาวะปกติ  
 
- ผลการพิจารณา 
ลงโทษกองเชียร์ทั้งสองสโมสร ขว้างปาสิ่งของลงมาในสนามแข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.4 ปรับเงินสโมสรละ 30,000 บาท

- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ
ข้อ 4.4 กองเชียร์ทีมใด หรือกลุ่มบุคคลใด หรือบุคคลใด ขว้างปาหรือกระทำด้วยประการใด ให้วัสดุหรือสิ่งของอื่นใด เข้าไปในสนามก็ดี หรือกระทำต่อนักกีฬาฟุตบอล หรือเจ้าหน้าที่ทีม หรือกองเชียร์ทีมคู่แข่งขัน หรือเจ้าหน้าที่การแข่งขันก็ดี องค์กรสมาชิกต้นสังกัดของกองเชียร์ที่เป็นผู้กระทำ และ/หรือ องค์กรสมาชิกที่เป็นทีมเหย้าที่ปล่อยให้มีการกระทำดังกล่าวต้องรับโทษ จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 60,000 บาท

3. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ซีล ไฟว์ ลีกสอง วันที่ 10 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรโปลิศ เทโร เอฟซี พบ สโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 

- เหตุการณ์
หลังจบเกมการแข่งขัน และทีมงานผู้ตัดสินกำลังเตรียมตัวเดินกลับเข้าห้องพักผู้ตัดสิน ได้มีผู้เล่นหมายเลข 7 Mr. VALDOMIRO SOARES EGGRES สโมสรโปลิศ เทโร เอฟซี เข้ามาประท้วงทีมงานผู้ตัดสิน และในขณะที่ทีมงานผู้ตัดสินได้หันหลังให้ผู้เล่นคนดังกล่าวเพื่อเดินไปทางห้องพัก พร้อมทีมงานเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอารักขา ผู้เล่นคนดังกล่าวได้ทุ่มขวดน้ำที่ยังมีน้ำอยู่ค่อนข้างเยอะไปในทิศทางที่ทีมงานผู้ตัดสินเดินไป ขวดน้ำเด้งพื้นไม่โดนทีมงานผู้ตัดสิน แต่น้ำได้กระเด็นใส่ขาของผู้ตัดสินที่ 4 

- ผลการพิจารณา
ลงโทษผู้เล่นหมายเลข 7 Mr. VALDOMIRO SOARES EGGRES สโมสรโปลิศ เทโร เอฟซี แสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 1.8 ถูกพักการแข่งขัน 1 นัด และปรับเงิน 10,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 2 จึงลงโทษปรับสองในสาม ปรับเงิน 6,666 บาท 

- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ
ข้อ 1.8 แสดงกิริยาหรือแสดงสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่สังคมทั่วไปเห็นว่าไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน หรือกระทำการยั่วยุ ข่มขู่ อันอาจเป็นเหตุนำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อยในสถานที่จัดการแข่งขันได้ หรือแสดงกิริยาหรือแสดงสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่สังคมทั่วไปเห็นว่าไม่เหมาะสม ต่อบุคคลใด ทั้งก่อน ระหว่าง หรือหลังการแข่งขัน ถูกพักการแข่งขัน 1 ถึง 2 นัด ปรับเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 30,000 บาท 

หากมีการกระทำความผิดลักษณะเดียวกันซ้ำอีก อาจถูกพิจารณาเพิ่มโทษตามลักษณะโทษในหมวดที่ 1

4. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ซีล ไฟว์ ลีกสอง วันที่ 13 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี พบ สโมสรเมืองเลย ยูไนเต็ด 

- เหตุการณ์
ในที่ประชุม ผู้ควบคุมการแข่งขันได้แจ้งให้ทั้ง 2 ทีมปฏิบัติตาม Match Countdown โดยเคร่งครัด เพื่อให้เริ่มการแข่งขันตรงเวลา แต่ทั้ง 2 ทีม อบอุ่นร่างกายเกินเวลา โดยสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เสร็จสิ้นการอบอุ่นร่างกายเวลา 18.42 น. (เกินเวลาไป 2 นาที) สโมสรเมืองเลย ยูไนเต็ด เสร็จสิ้นการอบอุ่นร่างกาย เวลา 18.44 น. (เกินเวลาไป 4 นาที)  ในเวลา 18.49 น. ผู้ควบคุมการแข่งขัน กดกริ่งเตือนนักกีฬาทั้ง 2 ทีม  เวลา 18.50 น. กดกริ่งอีกครั้ง แจ้งว่าได้เวลาออกจากห้องพักนักกีฬา  เวลา 18.52 น. สโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ออกจากห้องพักนักกีฬาและเดินมาถึงบริเวณตรวจอุปกรณ์โดยผู้ตัดสิน  เวลา 18.54 น. สโมสรเมืองเลย ยูไนเต็ด ออกจากห้องพักนักกีฬาและเดินมาถึงบริเวณตรวจอุปกรณ์โดยผู้ตัดสิน  เวลา 18.55 น. ทำการเดินลงสนาม ผู้ตัดสินให้สัญญาณเริ่มการแข่งขัน เวลา 19.02 น. ช้าไป 2 นาที

- ผลการพิจารณา
1) ลงโทษสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนและการนับเวลาถอยหลังเพื่อเริ่มการแข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 3.6 ความผิดครั้งแรก จึงลงโทษเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรว่าให้สโมสรปฏิบัติตามกำหนดการขั้นตอน และการนับเวลาถอยหลังอย่างเคร่งครัด และ/หรือ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับสมาคม (ถ้ามี) 

2) ลงโทษสโมสรเมืองเลย ยูไนเต็ด ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนและการนับเวลาถอยหลังเพื่อเริ่มการแข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 3.6 ความผิดครั้งที่สอง ปรับเงิน 10,000 บาท  แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 2 จึงลงโทษปรับสองในสาม ปรับเงิน 6,666 บาท และ/หรือ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับสมาคม (ถ้ามี) 

- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ
ข้อ 3.6 ทีมใดไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนและการนับเวลาถอยหลังเพื่อเริ่มการแข่งขัน ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการจัดการแข่งขันในแต่ละรายการ จะถูกลงโทษ ดังนี้

ครั้งแรก เตือนเป็นลายลักษณ์อักษร และ/หรือ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับสมาคม (ถ้ามี)
ครั้งต่อไป จะถูกปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 60,000 บาท และ/หรือ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับสมาคม (ถ้ามี)

5. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 11 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรบางกะปิ เอฟซี พบ สโมสรมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เอฟซี  

- เหตุการณ์
ในนาทีที่ 80 ผู้เล่นหมายเลข 10 สโมสรมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เอฟซี โหม่งทำประตูให้สโมสรมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เอฟซี ขึ้นนำ 3 ประตูต่อ 2 ซึ่งกองเชียร์สโมสรบางกะปิ เอฟซี (โดยสังเกตจากเสื้อที่กองเชียร์กลุ่มดังกล่าวสวมใส่มีชื่อหรือโลโก้สโมสรบางกะปิ เอฟซี ปรากฏอยู่บนเสื้อ ประกอบกับผังที่นั่งฝั่งดังกล่าวเป็นของโซนกองเชียร์ทีมเหย้า ซึ่งเป็นของสโมสรบางกะปิ เอฟซี) ไม่พอใจคำตัดสิน ได้ตะโกนต่อว่าผู้ตัดสินและมีการตีกลองเป็นจังหวะพร้อมกับตะโกนด่าผู้ตัดสินโดยพร้อมเพรียงกันด้วยถ้อยคำหยาบคาย เป็นเวลาประมาณ 1 นาที 

- ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษกองเชียร์สโมสรบางกะปิ เอฟซี ด่าเจ้าหน้าที่การแข่งขันด้วยถ้อยคำที่หยาบคายโดยพร้อมเพรียงกัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.1 ปรับเงิน 20,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 3 จึงลงโทษปรับหนึ่งในสาม ปรับเงิน 6,666 บาท 

- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ 
ข้อ 4.1 ด่าบุคคลใด ด้วยถ้อยคำหยาบคาย เยาะเย้ย ดูหมิ่น เหยียดหยาม เหยียดผิว หรือเหยียดเชื้อชาติด้วยวาจา หรือแสดงกิริยาก้าวร้าวต่อบุคคลใดด้วยพฤติกรรมที่ชัดแจ้ง ทั้งภาษากาย หรือแสดงพฤติกรรมหรือกระทำการใด ๆ ที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน หรือต่อบุคคลใด ในสถานที่จัดการแข่งขัน ก่อน ระหว่าง หรือหลังการแข่งขัน จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 30,000 บาท  หากกระทำโดยบุคคลหลายคนโดยพร้อมเพรียงกัน จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 40,000 บาท

การกระทำตามวรรคแรก หากมีการกระทำโดยผ่านอุปกรณ์ขยายเสียงทุกประเภท หรือถ่ายทอดสดผ่านทางสื่อออนไลน์ ปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 50,000 บาท และห้ามนำอุปกรณ์ดังกล่าวเข้าสถานที่จัดการแข่งขัน 1 ถึง 4 นัด

ข่าวสารอื่นๆ

National Team Men

16 October 2026

ทีมชาติบรูไน ตอบรับร่วมแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 52 แทน บาห์เรน ที่ถอนตัว

ทีมชาติบรูไน ตอบรับร่วมแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 52 แทน บาห์เรน ที่ถอนตัว

Development

15 October 2026

???? ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมการอบรมผู้ฝึกสอน หลักสูตร C Diploma Course by BG Sports ประจำปี 2569

???? ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมการอบรมผู้ฝึกสอน หลักสูตร C Diploma Course by BG Sports ประจำปี 2569

Development

14 October 2026

ส่งต่อความรู้และมิตรภาพสู่การพัฒนาฟุตบอลไทย! สมาคมฯ ร่วมกับ PTT Group จัดพิธีปิดการอบรม FAT G Diploma Course ณ จังหวัดสตูล

ส่งต่อความรู้และมิตรภาพสู่การพัฒนาฟุตบอลไทย! สมาคมฯ ร่วมกับ PTT Group จัดพิธีปิดการอบรม FAT G Diploma Course ณ จังหวัดสตูล