16 October 2026

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สรุปผลการประชุมคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ครั้งที่ 7 ประจำฤดูกาล 2569/70

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท จัดประชุม ครั้งที่ 7 ประจำฤดูกาล 2569/70 โดยมี นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ เป็นประธาน

พิจารณาเหตุการณ์ไม่ปกติของการแข่งขันกีฬาฟุตบอล (มี 5 คู่)
 
1. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง วันที่ 10 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด พบ สโมสรอยุธยา ยูไนเต็ด 
 
- เหตุการณ์
เหตุการณ์ที่ 1 นาทีที่ 55 ได้เกิดเหตุการณ์กองเชียร์ของทีมเหย้าและทีมเยือน ได้ขว้างปาสิ่งของใส่กันบริเวณอัฒจันทร์ฝั่งทิศเหนือ โดยอัฒจันทร์ฝั่งทิศเหนือด้านซ้ายจัดไว้สำหรับกองเชียร์ทีมเยือน ส่วนด้านขวาจัดไว้สำหรับกองเชียร์ทีมเหย้า โดยมีการขึงผ้าใบสีน้ำเงินคลุมบริเวณที่นั่งในแนวดิ่งเพื่อแบ่งแยกพื้นที่ของกองเชียร์ทั้งสองฝ่ายและป้องกันไม่ให้ข้ามเขตเข้าหากัน ขณะเกิดเหตุตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้เข้าระงับเหตุไม่ให้รุกราน จึงสงบลง
 
เหตุการณ์ที่ 2 ภายหลังการแข่งขันขณะที่กองเชียร์กำลังเดินออกจากสนาม  ผู้ควบคุมการแข่งขันได้รับแจ้งข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ทีม และกองเชียร์สโมสรอยุธยา ยูไนเต็ด ว่าขณะกำลังเดินทางออกจากอัฒจันทร์และมุ่งหน้าไปยังบริเวณลานจอดรถ กองเชียร์สโมสรอยุธยา ยูไนเต็ด ได้มีปากเสียงตอบโต้กับกลุ่มชายสวมชุดดำ ก่อนที่จะถูกชายชุดดำใช้กำลังก่อเหตุทำร้ายร่างกายกองเชียร์สโมสรอยุธยา ยูไนเต็ด มีภาพบาดแผลการถูกทำร้ายบนใบหน้า และมีพยานบุคคลยืนยันเหตุการณ์ โดยภาพจากสื่อออนไลน์พบว่าชายสวมชุดดำดังกล่าวปรากฏตัวในระหว่างการแข่งขัน อยู่บริเวณอัฒจันทร์ที่จัดไว้สำหรับกองเชียร์สโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด
 
- ผลการพิจารณา
1) ลงโทษกองเชียร์ทั้งสองสโมสร ขว้างปาสิ่งของใส่กองเชียร์ทีมคู่แข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.4 ปรับเงินสโมสรละ 30,000 บาท
 
2) ลงโทษกองเชียร์สโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ทำร้ายร่างกายไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.9 ปรับเงิน 50,000 บาท
 
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ
ข้อ 4.4 กองเชียร์ทีมใด หรือกลุ่มบุคคลใด หรือบุคคลใด ขว้างปาหรือกระทำด้วยประการใด ให้วัสดุหรือสิ่งของอื่นใด เข้าไปในสนามก็ดี หรือกระทำต่อนักกีฬาฟุตบอล หรือเจ้าหน้าที่ทีม หรือกองเชียร์ทีมคู่แข่งขัน หรือเจ้าหน้าที่การแข่งขันก็ดี องค์กรสมาชิกต้นสังกัดของกองเชียร์ที่เป็นผู้กระทำ และ/หรือ องค์กรสมาชิกที่เป็นทีมเหย้าที่ปล่อยให้มีการกระทำดังกล่าวต้องรับโทษ จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 60,000 บาท
 
ข้อ 4.9 ทำร้ายบุคคลใด ในสถานที่จัดการแข่งขัน โดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ จะถูกปรับเงิน 50,000 บาท 

หากการกระทำดังกล่าว เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ หรือบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ความตาย จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 50,000 บาท ถึง 200,000 บาท และชดใช้ค่ารักษาพยาบาลตามที่มีการเรียกร้องมา รวมทั้งอาจพิจารณาเพิ่มโทษ 
 
องค์กรสมาชิกทีมเหย้า มีความผิดต้องรับโทษตามข้อ 5.3.18 แล้วแต่กรณี

2. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง วันที่ 11 ตุลาคม 2569  คู่ระหว่างสโมสรการท่าเรือ เอฟซี พบ สโมสรปัตตานี เอฟซี  

- เหตุการณ์ 
เหตุการณ์ที่ 1 นาทีที่ 80 ภายหลังสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ทำประตูได้ เป็นประตูที่ 3 ปรากฏว่ามีกองเชียร์บริเวณอัฒจันทร์ด้านหลังประตูฝั่งซ้ายมือ โซน B ซึ่งองค์กรสมาชิกทีมเหย้ากำหนดผังที่นั่งสำหรับรองรับกองเชียร์สโมสรการท่าเรือ เอฟซี มีการขว้างปาแก้วที่มีน้ำแข็งลงมาในสนามแข่งขันบริเวณกรอบเขตโทษ  

เหตุการณ์ที่ 2 นาทีที่ 81 ของการแข่งขัน หลังจากสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ยิงประตูขึ้นนำ และผู้เล่นได้แสดงความดีใจบริเวณกลางสนาม ได้เกิดเหตุการณ์ที่กองเชียร์สโมสรปัตตานี เอฟซี ซึ่งนั่งอยู่บริเวณอัฒจันทร์หลักฝั่งขวามือของสนามแข่งขัน อันเป็นพื้นที่ที่จัดไว้สำหรับกองเชียร์ทีมเยือน แสดงความไม่พอใจผู้เล่นของสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ที่กำลังพูดคุยตอบโต้กับเจ้าหน้าที่สโมสรปัตตานี เอฟซี โดยมีการขว้างปาแก้วน้ำและน้ำแข็งลงมายังสนามแข่งขันเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อความเรียบร้อยและบรรยากาศในการแข่งขัน 

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเหตุการณ์ ผู้เล่นและเจ้าหน้าที่ของทั้งสองสโมสรได้พูดคุยและมีการขอโทษกัน ส่งผลให้สถานการณ์คลี่คลายและกลับเข้าสู่ภาวะปกติ  
 
- ผลการพิจารณา 
ลงโทษกองเชียร์ทั้งสองสโมสร ขว้างปาสิ่งของลงมาในสนามแข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.4 ปรับเงินสโมสรละ 30,000 บาท

- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ
ข้อ 4.4 กองเชียร์ทีมใด หรือกลุ่มบุคคลใด หรือบุคคลใด ขว้างปาหรือกระทำด้วยประการใด ให้วัสดุหรือสิ่งของอื่นใด เข้าไปในสนามก็ดี หรือกระทำต่อนักกีฬาฟุตบอล หรือเจ้าหน้าที่ทีม หรือกองเชียร์ทีมคู่แข่งขัน หรือเจ้าหน้าที่การแข่งขันก็ดี องค์กรสมาชิกต้นสังกัดของกองเชียร์ที่เป็นผู้กระทำ และ/หรือ องค์กรสมาชิกที่เป็นทีมเหย้าที่ปล่อยให้มีการกระทำดังกล่าวต้องรับโทษ จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 60,000 บาท

3. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ซีล ไฟว์ ลีกสอง วันที่ 10 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรโปลิศ เทโร เอฟซี พบ สโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 

- เหตุการณ์
หลังจบเกมการแข่งขัน และทีมงานผู้ตัดสินกำลังเตรียมตัวเดินกลับเข้าห้องพักผู้ตัดสิน ได้มีผู้เล่นหมายเลข 7 Mr. VALDOMIRO SOARES EGGRES สโมสรโปลิศ เทโร เอฟซี เข้ามาประท้วงทีมงานผู้ตัดสิน และในขณะที่ทีมงานผู้ตัดสินได้หันหลังให้ผู้เล่นคนดังกล่าวเพื่อเดินไปทางห้องพัก พร้อมทีมงานเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอารักขา ผู้เล่นคนดังกล่าวได้ทุ่มขวดน้ำที่ยังมีน้ำอยู่ค่อนข้างเยอะไปในทิศทางที่ทีมงานผู้ตัดสินเดินไป ขวดน้ำเด้งพื้นไม่โดนทีมงานผู้ตัดสิน แต่น้ำได้กระเด็นใส่ขาของผู้ตัดสินที่ 4 

- ผลการพิจารณา
ลงโทษผู้เล่นหมายเลข 7 Mr. VALDOMIRO SOARES EGGRES สโมสรโปลิศ เทโร เอฟซี แสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 1.8 ถูกพักการแข่งขัน 1 นัด และปรับเงิน 10,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 2 จึงลงโทษปรับสองในสาม ปรับเงิน 6,666 บาท 

- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ
ข้อ 1.8 แสดงกิริยาหรือแสดงสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่สังคมทั่วไปเห็นว่าไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน หรือกระทำการยั่วยุ ข่มขู่ อันอาจเป็นเหตุนำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อยในสถานที่จัดการแข่งขันได้ หรือแสดงกิริยาหรือแสดงสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่สังคมทั่วไปเห็นว่าไม่เหมาะสม ต่อบุคคลใด ทั้งก่อน ระหว่าง หรือหลังการแข่งขัน ถูกพักการแข่งขัน 1 ถึง 2 นัด ปรับเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 30,000 บาท 

หากมีการกระทำความผิดลักษณะเดียวกันซ้ำอีก อาจถูกพิจารณาเพิ่มโทษตามลักษณะโทษในหมวดที่ 1

4. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ซีล ไฟว์ ลีกสอง วันที่ 13 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี พบ สโมสรเมืองเลย ยูไนเต็ด 

- เหตุการณ์
ในที่ประชุม ผู้ควบคุมการแข่งขันได้แจ้งให้ทั้ง 2 ทีมปฏิบัติตาม Match Countdown โดยเคร่งครัด เพื่อให้เริ่มการแข่งขันตรงเวลา แต่ทั้ง 2 ทีม อบอุ่นร่างกายเกินเวลา โดยสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เสร็จสิ้นการอบอุ่นร่างกายเวลา 18.42 น. (เกินเวลาไป 2 นาที) สโมสรเมืองเลย ยูไนเต็ด เสร็จสิ้นการอบอุ่นร่างกาย เวลา 18.44 น. (เกินเวลาไป 4 นาที)  ในเวลา 18.49 น. ผู้ควบคุมการแข่งขัน กดกริ่งเตือนนักกีฬาทั้ง 2 ทีม  เวลา 18.50 น. กดกริ่งอีกครั้ง แจ้งว่าได้เวลาออกจากห้องพักนักกีฬา  เวลา 18.52 น. สโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ออกจากห้องพักนักกีฬาและเดินมาถึงบริเวณตรวจอุปกรณ์โดยผู้ตัดสิน  เวลา 18.54 น. สโมสรเมืองเลย ยูไนเต็ด ออกจากห้องพักนักกีฬาและเดินมาถึงบริเวณตรวจอุปกรณ์โดยผู้ตัดสิน  เวลา 18.55 น. ทำการเดินลงสนาม ผู้ตัดสินให้สัญญาณเริ่มการแข่งขัน เวลา 19.02 น. ช้าไป 2 นาที

- ผลการพิจารณา
1) ลงโทษสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนและการนับเวลาถอยหลังเพื่อเริ่มการแข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 3.6 ความผิดครั้งแรก จึงลงโทษเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรว่าให้สโมสรปฏิบัติตามกำหนดการขั้นตอน และการนับเวลาถอยหลังอย่างเคร่งครัด และ/หรือ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับสมาคม (ถ้ามี) 

2) ลงโทษสโมสรเมืองเลย ยูไนเต็ด ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนและการนับเวลาถอยหลังเพื่อเริ่มการแข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 3.6 ความผิดครั้งที่สอง ปรับเงิน 10,000 บาท  แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 2 จึงลงโทษปรับสองในสาม ปรับเงิน 6,666 บาท และ/หรือ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับสมาคม (ถ้ามี) 

- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ
ข้อ 3.6 ทีมใดไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนและการนับเวลาถอยหลังเพื่อเริ่มการแข่งขัน ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการจัดการแข่งขันในแต่ละรายการ จะถูกลงโทษ ดังนี้

ครั้งแรก เตือนเป็นลายลักษณ์อักษร และ/หรือ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับสมาคม (ถ้ามี)
ครั้งต่อไป จะถูกปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 60,000 บาท และ/หรือ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับสมาคม (ถ้ามี)

5. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 11 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรบางกะปิ เอฟซี พบ สโมสรมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เอฟซี  

- เหตุการณ์
ในนาทีที่ 80 ผู้เล่นหมายเลข 10 สโมสรมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เอฟซี โหม่งทำประตูให้สโมสรมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เอฟซี ขึ้นนำ 3 ประตูต่อ 2 ซึ่งกองเชียร์สโมสรบางกะปิ เอฟซี (โดยสังเกตจากเสื้อที่กองเชียร์กลุ่มดังกล่าวสวมใส่มีชื่อหรือโลโก้สโมสรบางกะปิ เอฟซี ปรากฏอยู่บนเสื้อ ประกอบกับผังที่นั่งฝั่งดังกล่าวเป็นของโซนกองเชียร์ทีมเหย้า ซึ่งเป็นของสโมสรบางกะปิ เอฟซี) ไม่พอใจคำตัดสิน ได้ตะโกนต่อว่าผู้ตัดสินและมีการตีกลองเป็นจังหวะพร้อมกับตะโกนด่าผู้ตัดสินโดยพร้อมเพรียงกันด้วยถ้อยคำหยาบคาย เป็นเวลาประมาณ 1 นาที 

- ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษกองเชียร์สโมสรบางกะปิ เอฟซี ด่าเจ้าหน้าที่การแข่งขันด้วยถ้อยคำที่หยาบคายโดยพร้อมเพรียงกัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.1 ปรับเงิน 20,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 3 จึงลงโทษปรับหนึ่งในสาม ปรับเงิน 6,666 บาท 

- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ 
ข้อ 4.1 ด่าบุคคลใด ด้วยถ้อยคำหยาบคาย เยาะเย้ย ดูหมิ่น เหยียดหยาม เหยียดผิว หรือเหยียดเชื้อชาติด้วยวาจา หรือแสดงกิริยาก้าวร้าวต่อบุคคลใดด้วยพฤติกรรมที่ชัดแจ้ง ทั้งภาษากาย หรือแสดงพฤติกรรมหรือกระทำการใด ๆ ที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน หรือต่อบุคคลใด ในสถานที่จัดการแข่งขัน ก่อน ระหว่าง หรือหลังการแข่งขัน จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 30,000 บาท  หากกระทำโดยบุคคลหลายคนโดยพร้อมเพรียงกัน จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 40,000 บาท

การกระทำตามวรรคแรก หากมีการกระทำโดยผ่านอุปกรณ์ขยายเสียงทุกประเภท หรือถ่ายทอดสดผ่านทางสื่อออนไลน์ ปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 50,000 บาท และห้ามนำอุปกรณ์ดังกล่าวเข้าสถานที่จัดการแข่งขัน 1 ถึง 4 นัด

พิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน (มี 5 คู่)

6. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง วันที่ 10 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ สโมสรระยอง เอฟซี (สโมสรระยอง เอฟซี ร้องเรียนมา 2 เหตุการณ์) 

- เหตุการณ์ที่ 1
ในนาทีที่ 46 ผู้เล่นหมายเลข 99 Mr. CRISTIAN MAGERUSAN สโมสรระยอง เอฟซี ทำประตูได้ จากนั้น VAR ได้เรียกผู้ตัดสินตรวจสอบภาพข้างสนาม (On-field Review) ในจังหวะที่ผู้เล่นหมายเลข 77 Mr. HONGGYU YEO สโมสรระยอง เอฟซี เข้าปะทะผู้เล่นหมายเลข 2 นายศศลักษณ์ ไหประโคน สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จากด้านหลัง ภายหลังตรวจสอบภาพแล้ว ผู้ตัดสินพิจารณาว่าเป็นการฟาวล์ของผู้เล่นหมายเลข 77 Mr. HONGGYU YEO สโมสรระยอง เอฟซี ทำให้สโมสรระยอง เอฟซี ไม่ได้ประตู

- ผลพิจารณา
นายจีรวิชญ์ พรแก้ว ผู้ตัดสิน และนายวิศเวศ สังข์นคร ผู้ตัดสินวิดีทัศน์ (VAR) ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง เนื่องจากผู้เล่นหมายเลข 77 Mr. HONGGYU YEO สโมสรระยอง เอฟซี ใช้ลำตัวเข้าเล่นบอลจากด้านหลัง พร้อมใช้ขาซ้ายกระแทกบริเวณขาของผู้เล่นหมายเลข 2 นายศศลักษณ์ ไหประโคน สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ส่งผลให้เสียจังหวะในการเคลื่อนที่และล้มลง ถือเป็นการเล่นผิดกติกาในการแย่งชิงลูกฟุตบอล ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินตรวจสอบเหตุการณ์ผ่านระบบ VAR แล้วกลับคำตัดสินยกเลิกประตู และให้สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้เตะฟรีคิก จึงเป็นการตัดสินที่ถูกต้องตามกติกาการแข่งขัน และ VAR Protocol  

- เหตุการณ์ที่ 2
ในนาทีที่ 77 ผู้เล่นหมายเลข 19 Mr. KINGSLEY SCHINDER สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ล้มลงจากการถูกผู้เล่นหมายเลข 98 Mr. JOAO FELIPE PROSCISKI GIACCOMONI สโมสรระยอง เอฟซี พยายามเข้าแย่งชิงบอล ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์พร้อมให้ใบเหลืองที่ 2 ตามด้วยใบแดงแก่ผู้เล่นหมายเลข 98 Mr. JOAO FELIPE PROSCISKI GIACCOMONI สโมสรระยอง เอฟซี  อีกทั้ง VAR ไม่ได้มีการเรียกให้ผู้ตัดสินตรวจสอบภาพข้างสนาม (On-field Review) ทำให้สโมสรระยอง เอฟซี เหลือผู้เล่นในสนาม 10 คน

- ผลพิจารณา
1) ลงโทษนายจีรวิชญ์ พรแก้ว ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 2 สัปดาห์ เนื่องจากผู้เล่นหมายเลข 19 Mr. KINGSLEY SCHINDER สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ใช้มือจับและดึงเสื้อผู้เล่นหมายเลข 98 Mr. JOAO FELIPE PROSCISKI GIACCOMONI สโมสรระยอง เอฟซี โดยออกแรงดึงจนผู้เล่นหมายเลข 98 Mr. JOAO FELIPE PROSCISKI GIACCOMONI สโมสรระยอง เอฟซี เสียจังหวะและเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ไปทางด้านขวา ส่งผลให้ขา/เท้าของผู้เล่นทั้งสองฝ่ายเกี่ยวกัน จากเหตุการณ์ดังกล่าว                                                                                      
ผู้เล่นหมายเลข 19 Mr. KINGSLEY SCHINDER สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ควรเป็นฝ่ายกระทำผิดกติกาจากการดึง (Holding) แต่ผู้ตัดสินกลับพิจารณาว่าเป็นการฟาวล์จากการขัดขาของผู้เล่นหมายเลข 98 Mr. JOAO FELIPE PROSCISKI GIACCOMONI สโมสรระยอง เอฟซี จึงเป็นการตัดสินที่ไม่ถูกต้อง รวมถึงการพิจารณาว่าเป็นการหยุดการรุกของฝ่ายตรงข้าม (SPA) และการให้ใบเหลืองที่ 2 ซึ่งส่งผลให้ผู้เล่นหมายเลข 98 Mr. JOAO FELIPE PROSCISKI GIACCOMONI สโมสรระยอง เอฟซี ถูกทำการไล่ออก (ใบแดง) จากสนามก็ไม่ถูกต้องเช่นกัน 

2)ลงโทษนายวิศเวศ สังข์นคร ผู้ตัดสินวีดิทัศน์ (VAR) ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 1 สัปดาห์ เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามหลักการของ VAR

7. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง วันที่ 11 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรพีที ประจวบ เอฟซี พบ สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด (สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ร้องเรียนมา 3 เหตุการณ์) 

- เหตุการณ์ที่ 1
ในนาทีที่ 59 ผู้เล่นหมายเลข 80 นายสรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ถูกผู้เล่นหมายเลข 8 นายสหรัฐ กันยะโรจน์  สโมสรพีที ประจวบ เอฟซี เข้าปะทะจนล้มลง แต่ผู้ตัดสินไม่ได้มีการเป่าฟาวล์ โดย VAR ตรวจสอบแล้วเห็นด้วยกับผู้ตัดสินจึงไม่ได้มีการเรียกให้ผู้ตัดสินตรวจสอบภาพข้างสนาม (On-field Review) ทำให้ในจังหวะต่อมา สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เสียประตู

- ผลพิจารณา
1) ลงโทษนายวิวรรธน์ จำปาอ่อน ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 6 สัปดาห์ เนื่องจากการที่ผู้เล่นหมายเลข 8 นายสหรัฐ กันยะโรจน์  สโมสรพีที ประจวบ เอฟซี กระโดดเข้าแย่งชิงลูกฟุตบอลและเหวี่ยงเท้าขวาเตะด้วยความแรง แต่เตะไม่ถูกลูกฟุตบอล เนื่องจากจังหวะการเตะล่าช้า ส่งผลให้เท้าสัมผัสบริเวณหน้าแข้งของผู้เล่นหมายเลข 80 นายสรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด จนล้มลง ถือเป็นการฟาวล์จากการเข้าปะทะแย่งชิงลูกฟุตบอลโดยเตะฝ่ายตรงข้าม (Challenge/Kick opponent) ผู้ตัดสินจึงควรเป่าฟาวล์ แต่กลับปล่อยให้เกมดำเนินต่อไป ถือเป็นการตัดสินที่ไม่ถูกต้อง

2) ลงโทษนายนพภเดช เมืองงาม ผู้ตัดสินวีดิทัศน์ (VAR) ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 พักการปฏิบัติหน้าที่ 2 สัปดาห์ เนื่องจากตรวจสอบเหตุการณ์แล้วยังคงตัดสินผิดพลาด

- เหตุการณ์ที่ 2
ในนาทีที่ 73 ผู้เล่นหมายเลข 33 Mr. JOSE RICARDO PIRES GOMES สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ได้กระโดดเพื่อพยายามเข้าแย่งชิงบอลกับผู้เล่นหมายเลข 17 Mr. EDGAR ANTONIO MENDEZ ORTEGA สโมสรพีที ประจวบ เอฟซี ในกรอบเขตโทษของสโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ผู้ตัดสินไม่ได้มีการเป่าฟาวล์ จากนั้น VAR ได้เรียกผู้ตัดสินตรวจสอบภาพข้างสนาม (On-field Review) ภายหลังตรวจสอบภาพแล้ว ผู้ตัดสินพิจารณาว่าเป็นการฟาวล์ของผู้เล่นหมายเลข 33 Mr. JOSE RICARDO PIRES GOMES สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ทำให้สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เสียจุดโทษและเสียประตู

- ผลพิจารณา
1) ลงโทษนายวิวรรธน์ จำปาอ่อน ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 2 เดือน เนื่องจากการกระโดดเข้าเล่นลูกฟุตบอลของผู้เล่นทั้งสองฝ่ายเป็นการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติ ซึ่งจำเป็นต้องมีการกางแขนเพื่อช่วยในการทรงตัว โดยผู้เล่นหมายเลข 33 Mr. JOSE RICARDO PIRES GOMES สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด กระโดดขึ้นเล่นลูกฟุตบอลก่อน และมีจังหวะที่เท้าสัมผัสบริเวณขาหรือต้นขาด้านหลังของผู้เล่นหมายเลข 17 Mr. EDGAR ANTONIO MENDEZ ORTEGA สโมสรพีที ประจวบ เอฟซี โดยไม่มีแรงปะทะรุนแรง และเป็นส่วนหนึ่งของการกระโดดเข้าเล่นลูกฟุตบอล มิใช่การกระทำผิดกติกา ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์และให้สโมสรพีที ประจวบ เอฟซี ได้เตะโทษ ณ จุดโทษ จึงเป็นการตัดสินที่ไม่ถูกต้อง

2) ลงโทษนายนพภเดช เมืองงาม ผู้ตัดสินวิดีทัศน์ (VAR) ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 4 สัปดาห์ เนื่องจากเป็นกรณีที่ไม่ใช่ลูกโทษ และมีผลต่อการแข่งขัน

- เหตุการณ์ที่ 3
ในนาทีที่ 83 ผู้เล่นหมายเลข 7 นายศนุกรานต์ ถิ่นจอม สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ถูกผู้เล่นหมายเลข 23 นายกานต์นรินทร์ ถาวรศักดิ์ สโมสรพีที ประจวบ เอฟซี พยายามเข้าแย่งชิงบอลจากด้านหลังจนล้มลงในกรอบเขตโทษของสโมสรพีที ประจวบ เอฟซี แต่ผู้ตัดสินไม่ได้มีการเป่าฟาวล์ อีกทั้ง VAR ไม่ได้เรียกผู้ตัดสินตรวจสอบภาพข้างสนาม (On-field Review) ทำให้สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ไม่ได้จุดโทษ 

- ผลพิจารณา
นายวิวรรธน์ จำปาอ่อน ผู้ตัดสิน และนายนพภเดช เมืองงาม ผู้ตัดสินวิดีทัศน์ (VAR) ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง เนื่องจากผู้เล่นหมายเลข 23 นายกานต์นรินทร์ ถาวรศักดิ์ สโมสรพีที ประจวบ เอฟซี ไม่ได้สัมผัสตัวหรือขาของผู้เล่นหมายเลข 7 นายศนุกรานต์ ถิ่นจอม สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด แต่อย่างใด ประกอบกับผู้เล่นหมายเลข 7 นายศนุกรานต์ ถิ่นจอม สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายทิ้งตัวล้มลงเอง และผู้ตัดสินอยู่ในตำแหน่งใกล้เหตุการณ์ สามารถเห็นเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจน รวมทั้งผู้ตัดสินวีดิทัศน์ (VAR) ได้ตรวจสอบแล้วเห็นตรงกับผู้ตัดสิน ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินไม่เป่าฟาวล์ จึงเป็นการตัดสินที่ถูกต้อง

- สรุปบทลงโทษ
1) ลงโทษนายวิวรรธน์ จําปาอ่อน ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ในเหตุการณ์ที่ 1 และเหตุการณ์ที่ 2 พักการปฏิบัติหน้าที่ 2 เดือน 6 สัปดาห์

2) ลงโทษนายนพภเดช เมืองงาม ผู้ตัดสินวีดิทัศน์ (VAR) ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ในเหตุการณ์ที่ 1 และเหตุการณ์ที่ 2 พักการปฏิบัติหน้าที่ 6 สัปดาห์

8. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ซีล ไฟว์ ลีกสอง วันที่ 9 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรแพร่ ยูไนเต็ด พบ สโมสรพลังกาญจน์ เอฟซี (สโมสรพลังกาญจน์ เอฟซี ร้องเรียนมา 1 เหตุการณ์)

- เหตุการณ์ 
ในนาทีที่ 22 ผู้เล่นหมายเลข 20 นายภคพล บุญช่วย สโมสรพลังกาญจน์ เอฟซี พยายามเข้าไปแย่งชิงบอลกับผู้เล่นหมายเลข 49 นายชยสิทธิ์ เพาะพูล สโมสรแพร่ ยูไนเต็ด ในกรอบเขตโทษของสโมสรพลังกาญจน์ เอฟซี จังหวะต่อมาผู้เล่นหมายเลข 49 นายชยสิทธิ์ เพาะพูล สโมสรแพร่ ยูไนเต็ด ได้ล้มลง ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์ ทำให้สโมสรพลังกาญจน์ เอฟซี เสียจุดโทษและเสียประตู

- ผลพิจารณา
ลงโทษนายเอกชัย เพ็ชรฉ่ำ ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 6 สัปดาห์ เนื่องจากผู้เล่นหมายเลข 20 นายภคพล บุญช่วย สโมสรพลังกาญจน์ เอฟซี ได้ชะลอความเร็วและหยุดการเคลื่อนที่เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ ส่งผลให้ผู้เล่นหมายเลข 49 นายชยสิทธิ์ เพาะพูล สโมสรแพร่ ยูไนเต็ด ซึ่งกำลังวิ่งตามลูกบอลยกขาและลากเท้าเข้ามาสัมผัสกับผู้เล่นหมายเลข 20 จากจังหวะดังกล่าว การสัมผัสไม่ได้เกิดจากการกระทำของผู้เล่นหมายเลข 20 นายภคพล บุญช่วย สโมสรพลังกาญจน์ เอฟซี แต่เป็นการสร้างการสัมผัสจากผู้เล่นหมายเลข 49 นายชยสิทธิ์ เพาะพูล สโมสรแพร่ ยูไนเต็ด เอง ก่อนล้มลง จึงไม่ถือเป็นการฟาวล์ ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นการฟาวล์และให้สโมสรแพร่ ยูไนเต็ด ได้เตะโทษ ณ จุดโทษ จึงเป็นการตัดสินที่ไม่ถูกต้อง

9. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ซีล ไฟว์ ลีกสอง วันที่ 10 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรนครปฐม ยูไนเต็ด พบ สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด  (สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ร้องเรียนมา 2 เหตุการณ์) 

- เหตุการณ์ที่ 1
ในนาทีที่ 52 ผู้เล่นหมายเลข 11 นายเจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ถูกผู้เล่นหมายเลข 8 นายปิติพล ปรัชญามงคล สโมสรนครปฐม ยูไนเต็ด ดึงเสื้อ ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์แต่ไม่ได้ให้ใบเหลืองแก่ผู้เล่นรายดังกล่าว

- ผลพิจารณา
ลงโทษนายกฤษฎา หลวงยศ ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 1 สัปดาห์ เนื่องจากการกระทำของผู้เล่นหมายเลข 8 นายปิติพล ปรัชญามงคล สโมสรนครปฐม ยูไนเต็ด เป็นการดึงเสื้อเพื่อหยุดเกมรุกของฝ่ายตรงข้าม ในขณะที่สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด กำลังครอบครองบอลและเตรียมเข้าสู่การรุก ถือเป็นการกระทำผิดกติกาที่เป็นการป้องกันโอกาสในการทำเกมรุกของฝ่ายตรงข้าม (Stopping a Promising Attack: SPA) ผู้ตัดสินจึงต้องเป่าฟาวล์และคาดโทษผู้เล่นที่กระทำผิดด้วยใบเหลือง 

อย่างไรก็ตาม การที่ผู้ตัดสินหาใบเหลืองไม่พบ ไม่ใช่เหตุอันสมควรในการละเว้นการคาดโทษ (ใบเหลือง) แก่ผู้เล่นที่กระทำผิดกติกา อีกทั้งผู้ตัดสินมีหน้าที่ตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์ก่อนปฏิบัติหน้าที่ และเมื่อเกิดปัญหาเฉพาะหน้า จะต้องแก้ไขสถานการณ์อย่างเหมาะสมและทันท่วงที อาทิเช่น การขอยืมใบเหลืองจากผู้ตัดสินที่ 4 ซึ่งอยู่ใกล้เหตุการณ์ เพื่อนำมาใช้ในการคาดโทษผู้เล่นรายดังกล่าว ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และปล่อยปละละเลยไม่คาดโทษ (ใบเหลือง) ตามกติกา ถือว่าตัดสินไม่ถูกต้อง 

- เหตุการณ์ที่ 2
ในนาทีที่ 78 ผู้เล่นหมายเลข 9 Mr. RIVALDO VITOR BORBA FERREIRA JUNIOR สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ถูกผู้รักษาประตูหมายเลข 42 นายเกียรติศักดิ์ ชาวดร สโมสรนครปฐม ยูไนเต็ด เตะไปที่ข้อขาในกรอบเขตโทษของสโมสรนครปฐม ยูไนเต็ด  แต่ผู้ตัดสินไม่เป่าฟาวล์ ทำให้สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ไม่ได้จุดโทษ

- ผลพิจารณา
ลงโทษนายกฤษฎา หลวงยศ ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 6 สัปดาห์ เนื่องจากผู้เล่นหมายเลข 9 Mr. RIVALDO VITOR BORBA FERREIRA JUNIOR สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด วิ่งเข้าหาบอลและยกเท้าเตะบอลได้ก่อน ขณะที่ผู้รักษาประตูหมายเลข 42 นายเกียรติศักดิ์ ชาวดร สโมสรนครปฐม ยูไนเต็ด วิ่งเข้าหาบอลในจังหวะเดียวกัน แต่เตะบอลผิดพลาดและเตะถูกเท้าของผู้เล่นหมายเลข 9 Mr. RIVALDO VITOR BORBA FERREIRA JUNIOR สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ถือเป็นการกระทำผิดกติกาในลักษณะเตะหรือปะทะคู่ต่อสู้ (Kicking an Opponent) เมื่อเหตุเกิดขึ้นภายในเขตโทษ จึงต้องให้สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ได้เตะโทษ ณ จุดโทษ ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินไม่ได้เป่าฟาวล์ จึงถือเป็นการตัดสินที่ไม่ถูกต้อง 

- สรุปบทลงโทษ 
ลงโทษนายกฤษฎา หลวงยศ ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ในเหตุการณ์ที่ 1 และเหตุการณ์ที่ 2 พักการปฏิบัติหน้าที่ 7 สัปดาห์

10. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 11 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรบางกะปิ เอฟซี พบ สโมสรมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เอฟซี (สโมสรบางกะปิ เอฟซี ร้องเรียนมา 1 เหตุการณ์) 

- เหตุการณ์ 
ในนาทีที่ 80 ผู้เล่นหมายเลข 6 นายภิญโญ สมใจเพ็ง สโมสรมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เอฟซี เปิดลูกเตะมุมเข้าในกรอบเขตโทษของสโมสรบางกะปิ เอฟซี ได้มีผู้เล่นหมายเลข 10 Mr. DIEGO OLIVEILA SILVA สโมสรมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เอฟซี ใช้มือสัมผัสลูกบอลเข้าประตู แต่ผู้ตัดสินไม่ได้เป่าฟาวล์แฮนด์บอล ทำให้สโมสรบางกะปิ เอฟซี เสียประตู

- ผลพิจารณา
ลงโทษนายวัชระ วงษ์ขันธ์ ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 6 สัปดาห์ เนื่องจากผู้เล่นหมายเลข 10 Mr. DIEGO OLIVEILA SILVA สโมสรมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เอฟซี ได้ยกแขนขวาขึ้นขณะกระโดดเข้าหาบอล ในจังหวะที่ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายกระโดดแย่งโหม่งบอลและมีการปะทะลำตัวกัน บอลเคลื่อนที่มาด้วยความเร็วและสัมผัสมือขวาของผู้เล่นหมายเลข 10 Mr. DIEGO OLIVEILA SILVA สโมสรมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เอฟซี ก่อนเข้าประตู การสัมผัสดังกล่าวเป็นการกระทำผิดกติกาเกี่ยวกับการเล่นบอลด้วยมือ (Handball) จึงต้องยกเลิกการได้ประตูดังกล่าว ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินไม่เป่าฟาวล์จากการเล่นบอลด้วยมือและให้เป็นประตู จึงถือเป็นการตัดสินที่ไม่ถูกต้อง 

ข่าวสารอื่นๆ

National Team Men

16 October 2026

ทีมชาติบรูไน ตอบรับร่วมแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 52 แทน บาห์เรน ที่ถอนตัว

ทีมชาติบรูไน ตอบรับร่วมแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 52 แทน บาห์เรน ที่ถอนตัว

Development

15 October 2026

???? ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมการอบรมผู้ฝึกสอน หลักสูตร C Diploma Course by BG Sports ประจำปี 2569

???? ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมการอบรมผู้ฝึกสอน หลักสูตร C Diploma Course by BG Sports ประจำปี 2569

Development

14 October 2026

ส่งต่อความรู้และมิตรภาพสู่การพัฒนาฟุตบอลไทย! สมาคมฯ ร่วมกับ PTT Group จัดพิธีปิดการอบรม FAT G Diploma Course ณ จังหวัดสตูล

ส่งต่อความรู้และมิตรภาพสู่การพัฒนาฟุตบอลไทย! สมาคมฯ ร่วมกับ PTT Group จัดพิธีปิดการอบรม FAT G Diploma Course ณ จังหวัดสตูล