16 October 2026
1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สรุปผลการประชุมคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ครั้งที่ 7 ประจำฤดูกาล 2569/70
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท จัดประชุม ครั้งที่ 7 ประจำฤดูกาล 2569/70 โดยมี นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ เป็นประธาน
2. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง วันที่ 11 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรการท่าเรือ เอฟซี พบ สโมสรปัตตานี เอฟซี
- เหตุการณ์
เหตุการณ์ที่ 1 นาทีที่ 80 ภายหลังสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ทำประตูได้ เป็นประตูที่ 3 ปรากฏว่ามีกองเชียร์บริเวณอัฒจันทร์ด้านหลังประตูฝั่งซ้ายมือ โซน B ซึ่งองค์กรสมาชิกทีมเหย้ากำหนดผังที่นั่งสำหรับรองรับกองเชียร์สโมสรการท่าเรือ เอฟซี มีการขว้างปาแก้วที่มีน้ำแข็งลงมาในสนามแข่งขันบริเวณกรอบเขตโทษ
เหตุการณ์ที่ 2 นาทีที่ 81 ของการแข่งขัน หลังจากสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ยิงประตูขึ้นนำ และผู้เล่นได้แสดงความดีใจบริเวณกลางสนาม ได้เกิดเหตุการณ์ที่กองเชียร์สโมสรปัตตานี เอฟซี ซึ่งนั่งอยู่บริเวณอัฒจันทร์หลักฝั่งขวามือของสนามแข่งขัน อันเป็นพื้นที่ที่จัดไว้สำหรับกองเชียร์ทีมเยือน แสดงความไม่พอใจผู้เล่นของสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ที่กำลังพูดคุยตอบโต้กับเจ้าหน้าที่สโมสรปัตตานี เอฟซี โดยมีการขว้างปาแก้วน้ำและน้ำแข็งลงมายังสนามแข่งขันเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อความเรียบร้อยและบรรยากาศในการแข่งขัน
อย่างไรก็ตาม ภายหลังเหตุการณ์ ผู้เล่นและเจ้าหน้าที่ของทั้งสองสโมสรได้พูดคุยและมีการขอโทษกัน ส่งผลให้สถานการณ์คลี่คลายและกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
- ผลการพิจารณา
ลงโทษกองเชียร์ทั้งสองสโมสร ขว้างปาสิ่งของลงมาในสนามแข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.4 ปรับเงินสโมสรละ 30,000 บาท
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ
ข้อ 4.4 กองเชียร์ทีมใด หรือกลุ่มบุคคลใด หรือบุคคลใด ขว้างปาหรือกระทำด้วยประการใด ให้วัสดุหรือสิ่งของอื่นใด เข้าไปในสนามก็ดี หรือกระทำต่อนักกีฬาฟุตบอล หรือเจ้าหน้าที่ทีม หรือกองเชียร์ทีมคู่แข่งขัน หรือเจ้าหน้าที่การแข่งขันก็ดี องค์กรสมาชิกต้นสังกัดของกองเชียร์ที่เป็นผู้กระทำ และ/หรือ องค์กรสมาชิกที่เป็นทีมเหย้าที่ปล่อยให้มีการกระทำดังกล่าวต้องรับโทษ จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 60,000 บาท
3. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ซีล ไฟว์ ลีกสอง วันที่ 10 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรโปลิศ เทโร เอฟซี พบ สโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี
- เหตุการณ์
หลังจบเกมการแข่งขัน และทีมงานผู้ตัดสินกำลังเตรียมตัวเดินกลับเข้าห้องพักผู้ตัดสิน ได้มีผู้เล่นหมายเลข 7 Mr. VALDOMIRO SOARES EGGRES สโมสรโปลิศ เทโร เอฟซี เข้ามาประท้วงทีมงานผู้ตัดสิน และในขณะที่ทีมงานผู้ตัดสินได้หันหลังให้ผู้เล่นคนดังกล่าวเพื่อเดินไปทางห้องพัก พร้อมทีมงานเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอารักขา ผู้เล่นคนดังกล่าวได้ทุ่มขวดน้ำที่ยังมีน้ำอยู่ค่อนข้างเยอะไปในทิศทางที่ทีมงานผู้ตัดสินเดินไป ขวดน้ำเด้งพื้นไม่โดนทีมงานผู้ตัดสิน แต่น้ำได้กระเด็นใส่ขาของผู้ตัดสินที่ 4
- ผลการพิจารณา
ลงโทษผู้เล่นหมายเลข 7 Mr. VALDOMIRO SOARES EGGRES สโมสรโปลิศ เทโร เอฟซี แสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 1.8 ถูกพักการแข่งขัน 1 นัด และปรับเงิน 10,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 2 จึงลงโทษปรับสองในสาม ปรับเงิน 6,666 บาท
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ
ข้อ 1.8 แสดงกิริยาหรือแสดงสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่สังคมทั่วไปเห็นว่าไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน หรือกระทำการยั่วยุ ข่มขู่ อันอาจเป็นเหตุนำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อยในสถานที่จัดการแข่งขันได้ หรือแสดงกิริยาหรือแสดงสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่สังคมทั่วไปเห็นว่าไม่เหมาะสม ต่อบุคคลใด ทั้งก่อน ระหว่าง หรือหลังการแข่งขัน ถูกพักการแข่งขัน 1 ถึง 2 นัด ปรับเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 30,000 บาท
หากมีการกระทำความผิดลักษณะเดียวกันซ้ำอีก อาจถูกพิจารณาเพิ่มโทษตามลักษณะโทษในหมวดที่ 1
4. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ซีล ไฟว์ ลีกสอง วันที่ 13 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี พบ สโมสรเมืองเลย ยูไนเต็ด
- เหตุการณ์
ในที่ประชุม ผู้ควบคุมการแข่งขันได้แจ้งให้ทั้ง 2 ทีมปฏิบัติตาม Match Countdown โดยเคร่งครัด เพื่อให้เริ่มการแข่งขันตรงเวลา แต่ทั้ง 2 ทีม อบอุ่นร่างกายเกินเวลา โดยสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เสร็จสิ้นการอบอุ่นร่างกายเวลา 18.42 น. (เกินเวลาไป 2 นาที) สโมสรเมืองเลย ยูไนเต็ด เสร็จสิ้นการอบอุ่นร่างกาย เวลา 18.44 น. (เกินเวลาไป 4 นาที) ในเวลา 18.49 น. ผู้ควบคุมการแข่งขัน กดกริ่งเตือนนักกีฬาทั้ง 2 ทีม เวลา 18.50 น. กดกริ่งอีกครั้ง แจ้งว่าได้เวลาออกจากห้องพักนักกีฬา เวลา 18.52 น. สโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ออกจากห้องพักนักกีฬาและเดินมาถึงบริเวณตรวจอุปกรณ์โดยผู้ตัดสิน เวลา 18.54 น. สโมสรเมืองเลย ยูไนเต็ด ออกจากห้องพักนักกีฬาและเดินมาถึงบริเวณตรวจอุปกรณ์โดยผู้ตัดสิน เวลา 18.55 น. ทำการเดินลงสนาม ผู้ตัดสินให้สัญญาณเริ่มการแข่งขัน เวลา 19.02 น. ช้าไป 2 นาที
- ผลการพิจารณา
1) ลงโทษสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนและการนับเวลาถอยหลังเพื่อเริ่มการแข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 3.6 ความผิดครั้งแรก จึงลงโทษเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรว่าให้สโมสรปฏิบัติตามกำหนดการขั้นตอน และการนับเวลาถอยหลังอย่างเคร่งครัด และ/หรือ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับสมาคม (ถ้ามี)
2) ลงโทษสโมสรเมืองเลย ยูไนเต็ด ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนและการนับเวลาถอยหลังเพื่อเริ่มการแข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 3.6 ความผิดครั้งที่สอง ปรับเงิน 10,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 2 จึงลงโทษปรับสองในสาม ปรับเงิน 6,666 บาท และ/หรือ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับสมาคม (ถ้ามี)
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ
ข้อ 3.6 ทีมใดไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนและการนับเวลาถอยหลังเพื่อเริ่มการแข่งขัน ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการจัดการแข่งขันในแต่ละรายการ จะถูกลงโทษ ดังนี้
ครั้งแรก เตือนเป็นลายลักษณ์อักษร และ/หรือ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับสมาคม (ถ้ามี)
ครั้งต่อไป จะถูกปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 60,000 บาท และ/หรือ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับสมาคม (ถ้ามี)
5. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 11 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรบางกะปิ เอฟซี พบ สโมสรมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เอฟซี
- เหตุการณ์
ในนาทีที่ 80 ผู้เล่นหมายเลข 10 สโมสรมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เอฟซี โหม่งทำประตูให้สโมสรมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เอฟซี ขึ้นนำ 3 ประตูต่อ 2 ซึ่งกองเชียร์สโมสรบางกะปิ เอฟซี (โดยสังเกตจากเสื้อที่กองเชียร์กลุ่มดังกล่าวสวมใส่มีชื่อหรือโลโก้สโมสรบางกะปิ เอฟซี ปรากฏอยู่บนเสื้อ ประกอบกับผังที่นั่งฝั่งดังกล่าวเป็นของโซนกองเชียร์ทีมเหย้า ซึ่งเป็นของสโมสรบางกะปิ เอฟซี) ไม่พอใจคำตัดสิน ได้ตะโกนต่อว่าผู้ตัดสินและมีการตีกลองเป็นจังหวะพร้อมกับตะโกนด่าผู้ตัดสินโดยพร้อมเพรียงกันด้วยถ้อยคำหยาบคาย เป็นเวลาประมาณ 1 นาที
- ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษกองเชียร์สโมสรบางกะปิ เอฟซี ด่าเจ้าหน้าที่การแข่งขันด้วยถ้อยคำที่หยาบคายโดยพร้อมเพรียงกัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.1 ปรับเงิน 20,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 3 จึงลงโทษปรับหนึ่งในสาม ปรับเงิน 6,666 บาท
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ
ข้อ 4.1 ด่าบุคคลใด ด้วยถ้อยคำหยาบคาย เยาะเย้ย ดูหมิ่น เหยียดหยาม เหยียดผิว หรือเหยียดเชื้อชาติด้วยวาจา หรือแสดงกิริยาก้าวร้าวต่อบุคคลใดด้วยพฤติกรรมที่ชัดแจ้ง ทั้งภาษากาย หรือแสดงพฤติกรรมหรือกระทำการใด ๆ ที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน หรือต่อบุคคลใด ในสถานที่จัดการแข่งขัน ก่อน ระหว่าง หรือหลังการแข่งขัน จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 30,000 บาท หากกระทำโดยบุคคลหลายคนโดยพร้อมเพรียงกัน จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 40,000 บาท
การกระทำตามวรรคแรก หากมีการกระทำโดยผ่านอุปกรณ์ขยายเสียงทุกประเภท หรือถ่ายทอดสดผ่านทางสื่อออนไลน์ ปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 50,000 บาท และห้ามนำอุปกรณ์ดังกล่าวเข้าสถานที่จัดการแข่งขัน 1 ถึง 4 นัด
พิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน (มี 5 คู่)
6. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง วันที่ 10 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ สโมสรระยอง เอฟซี (สโมสรระยอง เอฟซี ร้องเรียนมา 2 เหตุการณ์)
- เหตุการณ์ที่ 1
ในนาทีที่ 46 ผู้เล่นหมายเลข 99 Mr. CRISTIAN MAGERUSAN สโมสรระยอง เอฟซี ทำประตูได้ จากนั้น VAR ได้เรียกผู้ตัดสินตรวจสอบภาพข้างสนาม (On-field Review) ในจังหวะที่ผู้เล่นหมายเลข 77 Mr. HONGGYU YEO สโมสรระยอง เอฟซี เข้าปะทะผู้เล่นหมายเลข 2 นายศศลักษณ์ ไหประโคน สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จากด้านหลัง ภายหลังตรวจสอบภาพแล้ว ผู้ตัดสินพิจารณาว่าเป็นการฟาวล์ของผู้เล่นหมายเลข 77 Mr. HONGGYU YEO สโมสรระยอง เอฟซี ทำให้สโมสรระยอง เอฟซี ไม่ได้ประตู
- ผลพิจารณา
นายจีรวิชญ์ พรแก้ว ผู้ตัดสิน และนายวิศเวศ สังข์นคร ผู้ตัดสินวิดีทัศน์ (VAR) ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง เนื่องจากผู้เล่นหมายเลข 77 Mr. HONGGYU YEO สโมสรระยอง เอฟซี ใช้ลำตัวเข้าเล่นบอลจากด้านหลัง พร้อมใช้ขาซ้ายกระแทกบริเวณขาของผู้เล่นหมายเลข 2 นายศศลักษณ์ ไหประโคน สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ส่งผลให้เสียจังหวะในการเคลื่อนที่และล้มลง ถือเป็นการเล่นผิดกติกาในการแย่งชิงลูกฟุตบอล ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินตรวจสอบเหตุการณ์ผ่านระบบ VAR แล้วกลับคำตัดสินยกเลิกประตู และให้สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้เตะฟรีคิก จึงเป็นการตัดสินที่ถูกต้องตามกติกาการแข่งขัน และ VAR Protocol
- เหตุการณ์ที่ 2
ในนาทีที่ 77 ผู้เล่นหมายเลข 19 Mr. KINGSLEY SCHINDER สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ล้มลงจากการถูกผู้เล่นหมายเลข 98 Mr. JOAO FELIPE PROSCISKI GIACCOMONI สโมสรระยอง เอฟซี พยายามเข้าแย่งชิงบอล ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์พร้อมให้ใบเหลืองที่ 2 ตามด้วยใบแดงแก่ผู้เล่นหมายเลข 98 Mr. JOAO FELIPE PROSCISKI GIACCOMONI สโมสรระยอง เอฟซี อีกทั้ง VAR ไม่ได้มีการเรียกให้ผู้ตัดสินตรวจสอบภาพข้างสนาม (On-field Review) ทำให้สโมสรระยอง เอฟซี เหลือผู้เล่นในสนาม 10 คน
- ผลพิจารณา
1) ลงโทษนายจีรวิชญ์ พรแก้ว ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 2 สัปดาห์ เนื่องจากผู้เล่นหมายเลข 19 Mr. KINGSLEY SCHINDER สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ใช้มือจับและดึงเสื้อผู้เล่นหมายเลข 98 Mr. JOAO FELIPE PROSCISKI GIACCOMONI สโมสรระยอง เอฟซี โดยออกแรงดึงจนผู้เล่นหมายเลข 98 Mr. JOAO FELIPE PROSCISKI GIACCOMONI สโมสรระยอง เอฟซี เสียจังหวะและเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ไปทางด้านขวา ส่งผลให้ขา/เท้าของผู้เล่นทั้งสองฝ่ายเกี่ยวกัน จากเหตุการณ์ดังกล่าว
ผู้เล่นหมายเลข 19 Mr. KINGSLEY SCHINDER สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ควรเป็นฝ่ายกระทำผิดกติกาจากการดึง (Holding) แต่ผู้ตัดสินกลับพิจารณาว่าเป็นการฟาวล์จากการขัดขาของผู้เล่นหมายเลข 98 Mr. JOAO FELIPE PROSCISKI GIACCOMONI สโมสรระยอง เอฟซี จึงเป็นการตัดสินที่ไม่ถูกต้อง รวมถึงการพิจารณาว่าเป็นการหยุดการรุกของฝ่ายตรงข้าม (SPA) และการให้ใบเหลืองที่ 2 ซึ่งส่งผลให้ผู้เล่นหมายเลข 98 Mr. JOAO FELIPE PROSCISKI GIACCOMONI สโมสรระยอง เอฟซี ถูกทำการไล่ออก (ใบแดง) จากสนามก็ไม่ถูกต้องเช่นกัน
2)ลงโทษนายวิศเวศ สังข์นคร ผู้ตัดสินวีดิทัศน์ (VAR) ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 1 สัปดาห์ เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามหลักการของ VAR
7. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง วันที่ 11 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรพีที ประจวบ เอฟซี พบ สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด (สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ร้องเรียนมา 3 เหตุการณ์)
- เหตุการณ์ที่ 1
ในนาทีที่ 59 ผู้เล่นหมายเลข 80 นายสรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ถูกผู้เล่นหมายเลข 8 นายสหรัฐ กันยะโรจน์ สโมสรพีที ประจวบ เอฟซี เข้าปะทะจนล้มลง แต่ผู้ตัดสินไม่ได้มีการเป่าฟาวล์ โดย VAR ตรวจสอบแล้วเห็นด้วยกับผู้ตัดสินจึงไม่ได้มีการเรียกให้ผู้ตัดสินตรวจสอบภาพข้างสนาม (On-field Review) ทำให้ในจังหวะต่อมา สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เสียประตู
- ผลพิจารณา
1) ลงโทษนายวิวรรธน์ จำปาอ่อน ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 6 สัปดาห์ เนื่องจากการที่ผู้เล่นหมายเลข 8 นายสหรัฐ กันยะโรจน์ สโมสรพีที ประจวบ เอฟซี กระโดดเข้าแย่งชิงลูกฟุตบอลและเหวี่ยงเท้าขวาเตะด้วยความแรง แต่เตะไม่ถูกลูกฟุตบอล เนื่องจากจังหวะการเตะล่าช้า ส่งผลให้เท้าสัมผัสบริเวณหน้าแข้งของผู้เล่นหมายเลข 80 นายสรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด จนล้มลง ถือเป็นการฟาวล์จากการเข้าปะทะแย่งชิงลูกฟุตบอลโดยเตะฝ่ายตรงข้าม (Challenge/Kick opponent) ผู้ตัดสินจึงควรเป่าฟาวล์ แต่กลับปล่อยให้เกมดำเนินต่อไป ถือเป็นการตัดสินที่ไม่ถูกต้อง
2) ลงโทษนายนพภเดช เมืองงาม ผู้ตัดสินวีดิทัศน์ (VAR) ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 พักการปฏิบัติหน้าที่ 2 สัปดาห์ เนื่องจากตรวจสอบเหตุการณ์แล้วยังคงตัดสินผิดพลาด
- เหตุการณ์ที่ 2
ในนาทีที่ 73 ผู้เล่นหมายเลข 33 Mr. JOSE RICARDO PIRES GOMES สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ได้กระโดดเพื่อพยายามเข้าแย่งชิงบอลกับผู้เล่นหมายเลข 17 Mr. EDGAR ANTONIO MENDEZ ORTEGA สโมสรพีที ประจวบ เอฟซี ในกรอบเขตโทษของสโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ผู้ตัดสินไม่ได้มีการเป่าฟาวล์ จากนั้น VAR ได้เรียกผู้ตัดสินตรวจสอบภาพข้างสนาม (On-field Review) ภายหลังตรวจสอบภาพแล้ว ผู้ตัดสินพิจารณาว่าเป็นการฟาวล์ของผู้เล่นหมายเลข 33 Mr. JOSE RICARDO PIRES GOMES สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ทำให้สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เสียจุดโทษและเสียประตู
- ผลพิจารณา
1) ลงโทษนายวิวรรธน์ จำปาอ่อน ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 2 เดือน เนื่องจากการกระโดดเข้าเล่นลูกฟุตบอลของผู้เล่นทั้งสองฝ่ายเป็นการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติ ซึ่งจำเป็นต้องมีการกางแขนเพื่อช่วยในการทรงตัว โดยผู้เล่นหมายเลข 33 Mr. JOSE RICARDO PIRES GOMES สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด กระโดดขึ้นเล่นลูกฟุตบอลก่อน และมีจังหวะที่เท้าสัมผัสบริเวณขาหรือต้นขาด้านหลังของผู้เล่นหมายเลข 17 Mr. EDGAR ANTONIO MENDEZ ORTEGA สโมสรพีที ประจวบ เอฟซี โดยไม่มีแรงปะทะรุนแรง และเป็นส่วนหนึ่งของการกระโดดเข้าเล่นลูกฟุตบอล มิใช่การกระทำผิดกติกา ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์และให้สโมสรพีที ประจวบ เอฟซี ได้เตะโทษ ณ จุดโทษ จึงเป็นการตัดสินที่ไม่ถูกต้อง
2) ลงโทษนายนพภเดช เมืองงาม ผู้ตัดสินวิดีทัศน์ (VAR) ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 4 สัปดาห์ เนื่องจากเป็นกรณีที่ไม่ใช่ลูกโทษ และมีผลต่อการแข่งขัน
- เหตุการณ์ที่ 3
ในนาทีที่ 83 ผู้เล่นหมายเลข 7 นายศนุกรานต์ ถิ่นจอม สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ถูกผู้เล่นหมายเลข 23 นายกานต์นรินทร์ ถาวรศักดิ์ สโมสรพีที ประจวบ เอฟซี พยายามเข้าแย่งชิงบอลจากด้านหลังจนล้มลงในกรอบเขตโทษของสโมสรพีที ประจวบ เอฟซี แต่ผู้ตัดสินไม่ได้มีการเป่าฟาวล์ อีกทั้ง VAR ไม่ได้เรียกผู้ตัดสินตรวจสอบภาพข้างสนาม (On-field Review) ทำให้สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ไม่ได้จุดโทษ
- ผลพิจารณา
นายวิวรรธน์ จำปาอ่อน ผู้ตัดสิน และนายนพภเดช เมืองงาม ผู้ตัดสินวิดีทัศน์ (VAR) ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง เนื่องจากผู้เล่นหมายเลข 23 นายกานต์นรินทร์ ถาวรศักดิ์ สโมสรพีที ประจวบ เอฟซี ไม่ได้สัมผัสตัวหรือขาของผู้เล่นหมายเลข 7 นายศนุกรานต์ ถิ่นจอม สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด แต่อย่างใด ประกอบกับผู้เล่นหมายเลข 7 นายศนุกรานต์ ถิ่นจอม สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายทิ้งตัวล้มลงเอง และผู้ตัดสินอยู่ในตำแหน่งใกล้เหตุการณ์ สามารถเห็นเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจน รวมทั้งผู้ตัดสินวีดิทัศน์ (VAR) ได้ตรวจสอบแล้วเห็นตรงกับผู้ตัดสิน ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินไม่เป่าฟาวล์ จึงเป็นการตัดสินที่ถูกต้อง
- สรุปบทลงโทษ
1) ลงโทษนายวิวรรธน์ จําปาอ่อน ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ในเหตุการณ์ที่ 1 และเหตุการณ์ที่ 2 พักการปฏิบัติหน้าที่ 2 เดือน 6 สัปดาห์
2) ลงโทษนายนพภเดช เมืองงาม ผู้ตัดสินวีดิทัศน์ (VAR) ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ในเหตุการณ์ที่ 1 และเหตุการณ์ที่ 2 พักการปฏิบัติหน้าที่ 6 สัปดาห์
8. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ซีล ไฟว์ ลีกสอง วันที่ 9 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรแพร่ ยูไนเต็ด พบ สโมสรพลังกาญจน์ เอฟซี (สโมสรพลังกาญจน์ เอฟซี ร้องเรียนมา 1 เหตุการณ์)
- เหตุการณ์
ในนาทีที่ 22 ผู้เล่นหมายเลข 20 นายภคพล บุญช่วย สโมสรพลังกาญจน์ เอฟซี พยายามเข้าไปแย่งชิงบอลกับผู้เล่นหมายเลข 49 นายชยสิทธิ์ เพาะพูล สโมสรแพร่ ยูไนเต็ด ในกรอบเขตโทษของสโมสรพลังกาญจน์ เอฟซี จังหวะต่อมาผู้เล่นหมายเลข 49 นายชยสิทธิ์ เพาะพูล สโมสรแพร่ ยูไนเต็ด ได้ล้มลง ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์ ทำให้สโมสรพลังกาญจน์ เอฟซี เสียจุดโทษและเสียประตู
- ผลพิจารณา
ลงโทษนายเอกชัย เพ็ชรฉ่ำ ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 6 สัปดาห์ เนื่องจากผู้เล่นหมายเลข 20 นายภคพล บุญช่วย สโมสรพลังกาญจน์ เอฟซี ได้ชะลอความเร็วและหยุดการเคลื่อนที่เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ ส่งผลให้ผู้เล่นหมายเลข 49 นายชยสิทธิ์ เพาะพูล สโมสรแพร่ ยูไนเต็ด ซึ่งกำลังวิ่งตามลูกบอลยกขาและลากเท้าเข้ามาสัมผัสกับผู้เล่นหมายเลข 20 จากจังหวะดังกล่าว การสัมผัสไม่ได้เกิดจากการกระทำของผู้เล่นหมายเลข 20 นายภคพล บุญช่วย สโมสรพลังกาญจน์ เอฟซี แต่เป็นการสร้างการสัมผัสจากผู้เล่นหมายเลข 49 นายชยสิทธิ์ เพาะพูล สโมสรแพร่ ยูไนเต็ด เอง ก่อนล้มลง จึงไม่ถือเป็นการฟาวล์ ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นการฟาวล์และให้สโมสรแพร่ ยูไนเต็ด ได้เตะโทษ ณ จุดโทษ จึงเป็นการตัดสินที่ไม่ถูกต้อง
9. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ซีล ไฟว์ ลีกสอง วันที่ 10 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรนครปฐม ยูไนเต็ด พบ สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด (สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ร้องเรียนมา 2 เหตุการณ์)
- เหตุการณ์ที่ 1
ในนาทีที่ 52 ผู้เล่นหมายเลข 11 นายเจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ถูกผู้เล่นหมายเลข 8 นายปิติพล ปรัชญามงคล สโมสรนครปฐม ยูไนเต็ด ดึงเสื้อ ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์แต่ไม่ได้ให้ใบเหลืองแก่ผู้เล่นรายดังกล่าว
- ผลพิจารณา
ลงโทษนายกฤษฎา หลวงยศ ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 1 สัปดาห์ เนื่องจากการกระทำของผู้เล่นหมายเลข 8 นายปิติพล ปรัชญามงคล สโมสรนครปฐม ยูไนเต็ด เป็นการดึงเสื้อเพื่อหยุดเกมรุกของฝ่ายตรงข้าม ในขณะที่สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด กำลังครอบครองบอลและเตรียมเข้าสู่การรุก ถือเป็นการกระทำผิดกติกาที่เป็นการป้องกันโอกาสในการทำเกมรุกของฝ่ายตรงข้าม (Stopping a Promising Attack: SPA) ผู้ตัดสินจึงต้องเป่าฟาวล์และคาดโทษผู้เล่นที่กระทำผิดด้วยใบเหลือง
อย่างไรก็ตาม การที่ผู้ตัดสินหาใบเหลืองไม่พบ ไม่ใช่เหตุอันสมควรในการละเว้นการคาดโทษ (ใบเหลือง) แก่ผู้เล่นที่กระทำผิดกติกา อีกทั้งผู้ตัดสินมีหน้าที่ตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์ก่อนปฏิบัติหน้าที่ และเมื่อเกิดปัญหาเฉพาะหน้า จะต้องแก้ไขสถานการณ์อย่างเหมาะสมและทันท่วงที อาทิเช่น การขอยืมใบเหลืองจากผู้ตัดสินที่ 4 ซึ่งอยู่ใกล้เหตุการณ์ เพื่อนำมาใช้ในการคาดโทษผู้เล่นรายดังกล่าว ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และปล่อยปละละเลยไม่คาดโทษ (ใบเหลือง) ตามกติกา ถือว่าตัดสินไม่ถูกต้อง
- เหตุการณ์ที่ 2
ในนาทีที่ 78 ผู้เล่นหมายเลข 9 Mr. RIVALDO VITOR BORBA FERREIRA JUNIOR สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ถูกผู้รักษาประตูหมายเลข 42 นายเกียรติศักดิ์ ชาวดร สโมสรนครปฐม ยูไนเต็ด เตะไปที่ข้อขาในกรอบเขตโทษของสโมสรนครปฐม ยูไนเต็ด แต่ผู้ตัดสินไม่เป่าฟาวล์ ทำให้สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ไม่ได้จุดโทษ
- ผลพิจารณา
ลงโทษนายกฤษฎา หลวงยศ ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 6 สัปดาห์ เนื่องจากผู้เล่นหมายเลข 9 Mr. RIVALDO VITOR BORBA FERREIRA JUNIOR สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด วิ่งเข้าหาบอลและยกเท้าเตะบอลได้ก่อน ขณะที่ผู้รักษาประตูหมายเลข 42 นายเกียรติศักดิ์ ชาวดร สโมสรนครปฐม ยูไนเต็ด วิ่งเข้าหาบอลในจังหวะเดียวกัน แต่เตะบอลผิดพลาดและเตะถูกเท้าของผู้เล่นหมายเลข 9 Mr. RIVALDO VITOR BORBA FERREIRA JUNIOR สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ถือเป็นการกระทำผิดกติกาในลักษณะเตะหรือปะทะคู่ต่อสู้ (Kicking an Opponent) เมื่อเหตุเกิดขึ้นภายในเขตโทษ จึงต้องให้สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ได้เตะโทษ ณ จุดโทษ ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินไม่ได้เป่าฟาวล์ จึงถือเป็นการตัดสินที่ไม่ถูกต้อง
- สรุปบทลงโทษ
ลงโทษนายกฤษฎา หลวงยศ ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ในเหตุการณ์ที่ 1 และเหตุการณ์ที่ 2 พักการปฏิบัติหน้าที่ 7 สัปดาห์
10. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 11 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรบางกะปิ เอฟซี พบ สโมสรมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เอฟซี (สโมสรบางกะปิ เอฟซี ร้องเรียนมา 1 เหตุการณ์)
- เหตุการณ์
ในนาทีที่ 80 ผู้เล่นหมายเลข 6 นายภิญโญ สมใจเพ็ง สโมสรมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เอฟซี เปิดลูกเตะมุมเข้าในกรอบเขตโทษของสโมสรบางกะปิ เอฟซี ได้มีผู้เล่นหมายเลข 10 Mr. DIEGO OLIVEILA SILVA สโมสรมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เอฟซี ใช้มือสัมผัสลูกบอลเข้าประตู แต่ผู้ตัดสินไม่ได้เป่าฟาวล์แฮนด์บอล ทำให้สโมสรบางกะปิ เอฟซี เสียประตู
- ผลพิจารณา
ลงโทษนายวัชระ วงษ์ขันธ์ ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 6 สัปดาห์ เนื่องจากผู้เล่นหมายเลข 10 Mr. DIEGO OLIVEILA SILVA สโมสรมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เอฟซี ได้ยกแขนขวาขึ้นขณะกระโดดเข้าหาบอล ในจังหวะที่ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายกระโดดแย่งโหม่งบอลและมีการปะทะลำตัวกัน บอลเคลื่อนที่มาด้วยความเร็วและสัมผัสมือขวาของผู้เล่นหมายเลข 10 Mr. DIEGO OLIVEILA SILVA สโมสรมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เอฟซี ก่อนเข้าประตู การสัมผัสดังกล่าวเป็นการกระทำผิดกติกาเกี่ยวกับการเล่นบอลด้วยมือ (Handball) จึงต้องยกเลิกการได้ประตูดังกล่าว ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินไม่เป่าฟาวล์จากการเล่นบอลด้วยมือและให้เป็นประตู จึงถือเป็นการตัดสินที่ไม่ถูกต้อง
National Team Men
16 October 2026
ทีมชาติบรูไน ตอบรับร่วมแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 52 แทน บาห์เรน ที่ถอนตัว
Development
15 October 2026
???? ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมการอบรมผู้ฝึกสอน หลักสูตร C Diploma Course by BG Sports ประจำปี 2569
Development
14 October 2026
ส่งต่อความรู้และมิตรภาพสู่การพัฒนาฟุตบอลไทย! สมาคมฯ ร่วมกับ PTT Group จัดพิธีปิดการอบรม FAT G Diploma Course ณ จังหวัดสตูล