19 May 2026
23 วันที่ผ่านมา
สรุปผลการประชุมคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ครั้งที่ 48 ประจำฤดูกาล 2568/69
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท จัดประชุม ครั้งที่ 48 ประจำฤดูกาล 2568/69 โดยมี นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ เป็นประธาน
พิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน (มี 3 คู่)
1. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรสุโขทัย เอฟซี พบ สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด (สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ร้องเรียนมา 2 เหตุการณ์)
- เหตุการณ์ที่ 1
ในนาทีที่ 34 ในจังหวะที่สโมสรสุโขทัย เอฟซี ได้เตะฟรีคิกเข้ามาในกรอบเขตโทษของสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ได้มีผู้เล่นหมายเลข 35 นายสิโรจน์ ฉัตรทอง สโมสรสุโขทัย เอฟซี ยืนอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าอยู่ก่อน แต่ผู้ตัดสินไม่ได้พิจารณาว่าเป็นลูกล้ำหน้า ซึ่งทางสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด เห็นว่า แม้ผู้เล่นคนดังกล่าวจะมิได้สัมผัสบอลหรือมีส่วนร่วมโดยตรงกับการเล่น แต่การเคลื่อนที่ของผู้เล่นมีลักษณะเป็นการวิ่งทำทาง อันส่งผลต่อการยืนตำแหน่งและรูปแบบการป้องกัน จึงอาจถือได้ว่าเป็นการมีส่วนร่วมกับการเล่น
- ผลพิจารณา
นายวรินทร สัสดี ผู้ตัดสิน และนายศิวกร ภูอุดม ผู้ตัดสินวีดิทัศน์ (VAR) ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง เนื่องจากในจังหวะแรกผู้เล่นหมายเลข 35 นายสิโรจน์ ฉัตรทอง สโมสรสุโขทัย เอฟซี แม้อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า ได้มีการเบียดแย่งสัมผัสกับผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่เป็นปกติของการเล่น และผู้เล่นยังคงสามารถเคลื่อนที่ได้ปกติ ประกอบกับลูกบอลลอยตกไกลออกไป จึงไม่ส่งผลกระทบหรือมีผลต่อการป้องกัน จึงไม่เป็นความผิดเกี่ยวกับการล้ำหน้า ต่อมาลูกบอลดังกล่าวได้ถูกเล่นโดยผู้เล่นอีกรายหนึ่ง ซึ่งไม่ได้อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 1 ไม่ยกธงแจ้งการล้ำหน้า จึงถือเป็นการตัดสินที่ถูกต้อง นอกจากนี้ ในจังหวะต่อเนื่องและมีการทำประตูได้ ผู้ตัดสินวีดิทัศน์ (VAR) ได้ทำการตรวจสอบเหตุการณ์แล้วเห็นว่าอาจเป็นการล้ำหน้าที่อาจส่งผลกระทบ จึงแนะนำให้ผู้ตัดสินไปทำการตรวจสอบเหตุการณ์เพิ่มเติมที่จอมอนิเตอร์ข้างสนาม (On-field Review) ภายหลังการตรวจสอบ ผู้ตัดสินยืนยันว่า ผู้เล่นหมายเลข 35 นายสิโรจน์ ฉัตรทอง สโมสรสุโขทัย เอฟซี ซึ่งอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า มิได้ไม่เกี่ยวข้องกับการเล่น และไม่ส่งผลกระทบกับฝ่ายตรงข้าม จึงไม่ลงโทษล้ำหน้าและยืนยันให้เป็นประตู ถือว่าตัดสินถูกต้อง
- เหตุการณ์ที่ 2
ในนาทีที่ 34 จากเหตุการณ์ต่อเนื่องในเหตุการณ์ที่ 1 ขณะที่ผู้เล่นหมายเลข 28 Mr. KIM DONGSU สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ได้ใช้ศีรษะเข้ามาสกัดโหม่งลูกบอล ได้มีผู้เล่นหมายเลข 35 นายสิโรจน์ ฉัตรทอง สโมสรสุโขทัย เอฟซี ยกเท้าสูง แต่ผู้ตัดสินไม่ได้มีการเป่าฟาวล์แต่อย่างใด ทำให้ในจังหวะต่อเนื่องสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด เสียประตู ซึ่งทางสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด เห็นว่า การกระทำดังกล่าวมีลักษณะเป็นการเล่นที่อันตรายต่อคู่ต่อสู้ โดยทำให้ผู้เล่นหมายเลข 28 Mr. KIM DONGSU สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ใช้ศีรษะโหม่งไม่เป็นธรรมชาติ อันอาจเข้าข่ายการเล่นในลักษณะยกเท้าสูง จึงเป็นเหตุอันสมควรที่ควรมีการเป่าฟาวล์
- ผลพิจารณา
1) ลงโทษนายวรินทร สัสดี ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 6 สัปดาห์ เนื่องจากการยกเท้าสูงของผู้เล่นหมายเลข 35 นายสิโรจน์ ฉัตรทอง สโมสรสุโขทัย เอฟซี เป็นลักษณะการเล่นที่เป็นอันตราย (Dangerous Play) เนื่องจากเป็นการยกเท้าขึ้นในระดับศีรษะของผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่กำลังพยายามโหม่งบอล แม้จังหวะดังกล่าวจะไม่มีการสัมผัสระหว่างเท้ากับลูกบอล หรือระหว่างเท้ากับศีรษะของผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามก็ตาม แต่ลักษณะการเล่นดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนที่ของศีรษะและใบหน้าของผู้เล่นหมายเลข 28 Mr. KIM DONGSU สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ซึ่งมีการหันหน้าหลบเท้าที่อยู่ใกล้บริเวณใบหน้า อันเป็นผลให้ไม่สามารถเล่นบอลได้ตามปกติ เข้าลักษณะความผิดตามกติกาข้อ 12 ซึ่งต้องลงโทษด้วยการให้เป็นลูกโทษโดยอ้อมแก่ฝ่ายตรงข้าม ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินไม่ได้เป่าฟาวล์ ทำให้สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด เสียประตู ถือว่าตัดสินไม่ถูกต้อง
2) ลงโทษนายศิวกร ภูอุดม ผู้ตัดสินวีดิทัศน์ (VAR) ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 2 สัปดาห์ เนื่องจากแจ้งให้ผู้ตัดสินพิจารณาเฉพาะประเด็นที่ผู้เล่นหมายเลข 35 นายสิโรจน์ ฉัตรทอง สโมสรสุโขทัย เอฟซี อาจมีส่วนร่วมในการเล่นในลักษณะล้ำหน้าก่อนหรือไม่เท่านั้น แม้ผู้ตัดสินวิดีทัศน์ (VAR) จะได้ตรวจสอบจังหวะการเล่นยกเท้าสูงของผู้เล่นหมายเลข 35 นายสิโรจน์ ฉัตรทอง สโมสรสุโขทัย เอฟซี แล้วเห็นว่าไม่เป็นการกระทำผิดตามกติกา และเห็นพ้องกับคำตัดสินเดิมของผู้ตัดสินในสนามก็ตาม จึงเป็นเหตุให้ผู้ตัดสินไม่ได้พิจารณาจังหวะยกเท้าสูงดังกล่าวซ้ำอีกครั้ง
หมายเหตุ : การนับโทษในระหว่างฤดูกาลให้นับเฉพาะสัปดาห์ที่มีการแข่งขัน ตามปฏิทินการแข่งขันประจำฤดูกาลของสมาคมฯ ในกรณีที่สิ้นสุดฤดูกาลแข่งขันประจำฤดูกาลแล้ว ยังมีโทษติดค้างอยู่ ให้มีผลผูกพันถึงฤดูกาลถัดไป
2. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรธนบุรี ยูไนเต็ด พบ สโมสรสมุทรสาคร ซิตี้ (สโมสรสมุทรสาคร ซิตี้ ร้องเรียนมา 1 เหตุการณ์)
- เหตุการณ์
ในนาทีที่ 45+3 ขณะที่ลูกบอลลอยอยู่กลางอากาศภายในเขตโทษของสโมสรสมุทรสาคร ซิตี้ ผู้เล่นหมายเลข 11 นายธนาทรัพย์ ศรีโกตะเพชร สโมสรธนบุรี ยูไนเต็ด ได้พยายามจะตีลังกาเพื่อยิงประตู โดยมีผู้เล่นหมายเลข 37 นายเอกพล ฟางหนองดู่ สโมสรสมุทรสาคร ซิตี้ เข้ามาสกัดด้วยการโหม่งบอลออกไป แต่ผู้ตัดสินพิจารณาว่า ผู้เล่นหมายเลข 37 นายเอกพล ฟางหนองดู่ สโมสรสมุทรสาคร ซิตี้ เข้าปะทะจากด้านหลัง จึงทำการเป่าฟาวล์และให้จุดโทษแก่สโมสรธนบุรี ยูไนเต็ด เป็นเหตุให้สโมสรสมุทรสาคร ซิตี้ เสียประตู
- ผลพิจารณา
ลงโทษนายจรินทร์ ยาวาปี ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 6 สัปดาห์ เนื่องจากลักษณะการเล่นดังกล่าวเป็นการเล่นตามปกติของผู้เล่นหมายเลข 37 นายเอกพล ฟางหนองดู่ สโมสรสมุทรสาคร ซิตี้ ซึ่งยืนอยู่ในตำแหน่งที่สามารถเข้าถึงแนวทางการเคลื่อนที่ของลูกบอล และใช้ศีรษะเล่นบอลตามปกติ โดยการสัมผัสบริเวณด้านหลังที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ปรากฏลักษณะของการผลัก การชน หรือการเหนี่ยวรั้งคู่แข่งขันในลักษณะที่เป็นความผิดตามกติกาการแข่งขันแต่อย่างใด ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินได้เป่าหยุดการเล่นและลงโทษเป็นเตะโทษ ณ จุดโทษ ทำให้สโมสรสมุทรสาคร ซิตี้ เสียประตู ถือว่าตัดสินไม่ถูกต้อง
หมายเหตุ : การนับโทษในระหว่างฤดูกาลให้นับเฉพาะสัปดาห์ที่มีการแข่งขัน ตามปฏิทินการแข่งขันประจำฤดูกาลของสมาคมฯ ในกรณีที่สิ้นสุดฤดูกาลแข่งขันประจำฤดูกาลแล้ว ยังมีโทษติดค้างอยู่ ให้มีผลผูกพันถึงฤดูกาลถัดไป
3. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรบูรพา ยูไนเต็ด พบ สโมสรฟุตบอลกองเรือรบ (สโมสรบูรพา ยูไนเต็ด ร้องเรียนมา 2 เหตุการณ์)
- เหตุการณ์ที่ 1
ในนาทีที่ 85 ผู้เล่นหมายเลข 10 ผู้เล่นหมายเลข 10 Mr. ELIAS EMANUEL DE MAGALHAES SOUZA สโมสรบูรพา ยูไนเต็ด ได้แตะบอลหลบผู้เล่นหมายเลข 7 นายชวลิต แหวนทอง สโมสรฟุตบอลกองเรือรบ ภายในกรอบเขตโทษของสโมสรฟุตบอลกองเรือรบ ก่อนถูกเข้ามาปะทะจนล้มลง แต่ผู้ตัดสินไม่ได้มีการเป่าฟาวล์ ทำให้สโมสรบูรพา ยูไนเต็ด ไม่ได้จุดโทษ
- ผลพิจารณา
ลงโทษนายกิตติชัย หูทิพย์ ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 6 สัปดาห์ เนื่องจากผู้เล่นหมายเลข 10 Mr. ELIAS EMANUEL DE MAGALHAES SOUZA สโมสรบูรพา ยูไนเต็ด ได้สัมผัสและเล่นบอลไปด้านหน้าอย่างชัดเจน จึงถือว่าเป็นฝ่ายครอบครองบอลและมีโอกาสเล่นบอลต่อในจังหวะถัดไป ขณะที่ผู้เล่นหมายเลข 7 นายชวลิต แหวนทอง สโมสรฟุตบอลกองเรือรบ วิ่งเข้ามาจากด้านข้างด้วยความเร็ว และเข้าปะทะโดยขาดความระมัดระวัง แม้จะพยายามแย่งชิงบอล แต่ไม่สามารถเล่นถูกบอลได้ และการปะทะดังกล่าวส่งผลให้คู่แข่งขันล้มลงภายในเขตโทษ เข้าลักษณะการกระทำผิดกติกาในการเข้าปะทะแย่งชิงบอล (Challenges) ผู้ตัดสินควรลงโทษเป็นการเตะโทษ ณ จุดโทษ ให้แก่สโมสรบูรพา ยูไนเต็ด แต่ผู้ตัดสินพิจารณาว่าไม่เป็นการฟาวล์ ถือว่าตัดสินไม่ถูกต้อง
- เหตุการณ์ที่ 2
ในนาทีที่ 90+6 ผู้เล่นหมายเลข 8 นายสรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ สโมสรบูรพา ยูไนเต็ด ยิงลูกฟรีคิกจากบริเวณนอกกรอบเขตโทษของสโมสรฟุตบอลกองเรือรบ ลูกบอลชนคานก่อนกระดอนลงพื้น ซึ่งทางสโมสรบูรพา ยูไนเต็ด เห็นว่า ลูกบอลข้ามเส้นประตูไปทั้งใบแล้ว แต่ผู้ตัดสินไม่ได้ให้เป็นประตู ทำให้สโมสรบูรพา ยูไนเต็ด ไม่ได้ประตู
- ผลพิจารณา
ยกคำร้อง เนื่องจากคลิปภาพเหตุการณ์ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าลูกบอลได้ผ่านเส้นประตูทั้งลูกแล้วหรือไม่ หากมีการพิจารณาไปทางหนึ่งทางใด อาจเกิดความไม่ยุติธรรมได้
หมายเหตุ : การนับโทษในระหว่างฤดูกาลให้นับเฉพาะสัปดาห์ที่มีการแข่งขัน ตามปฏิทินการแข่งขันประจำฤดูกาลของสมาคมฯ ในกรณีที่สิ้นสุดฤดูกาลแข่งขันประจำฤดูกาลแล้ว ยังมีโทษติดค้างอยู่ ให้มีผลผูกพันถึงฤดูกาลถัดไป
พิจารณาเหตุการณ์ไม่ปกติของการแข่งขันกีฬาฟุตบอล (มี 2 คู่)
4. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการช้าง เอฟเอ คัพ (รอบรองชนะเลิศ) วันที่ 17 พฤษภาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรพีที ประจวบ เอฟซี พบ สโมสรลำพูน วอริเออร์
- เหตุการณ์
หลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขัน ผู้ควบคุมการแข่งขันได้ตรวจสอบจากสื่อออนไลน์ทราบว่าก่อนการแข่งขัน กองเชียร์สโมสรลำพูน ยูไนเต็ด จุดพลุแฟร์บริเวณทางเดินด้านหลังอัฒจันทร์โซน E ทิศตะวันออก ซึ่งเป็นเป็นพื้นที่หลังอัฒจันทร์ที่นั่งสโมสรลำพูน ยูไนเต็ด ใช้เวลาจุดประมาณ 5 นาที
- ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษกองเชียร์สโมสรลำพูน วอริเออร์ จุดพลุในสถานที่จัดการแข่งขันเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.3 ปรับเงิน 60,000 บาท เนื่องจากสโมสรลำพูน วอริเออร์ เคยถูกลงโทษไปแล้วจากการกระทำผิด เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 อันเป็นการกระทำความผิดตามระเบียบนี้ซ้ำในข้อเดียวกันภายในฤดูกาลแข่งขันเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 “กรณีที่องค์กรสมาชิก (ทีม) นักกีฬาฟุตบอล เจ้าหน้าที่ทีม กองเชียร์ขององค์กรสมาชิก หรือเจ้าหน้าที่การแข่งขัน กระทำความผิดตามระเบียบนี้ซ้ำในข้อเดียวกันภายในฤดูกาลแข่งขันเดียวกัน ให้พิจารณาเพิ่มโทษอีกไม่เกินกึ่งหนึ่งของกำหนดโทษที่จะลง” ดังนั้น จึงเพิ่มโทษกองเชียร์สโมสรลำพูน วอริเออร์ ปรับเงินเพิ่มอีก 30,000 บาท รวมโทษปรับเงินทั้งสิ้นจำนวน 90,000 บาท
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ
ข้อ 4.3 ใช้วัสดุอุปกรณ์ใด ๆ ที่ก่อให้เกิดการรบกวนการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน หรือนักกีฬาฟุตบอลระหว่างการแข่งขัน เช่น การเป่านกหวีด หรือการใช้แตร หรือการใช้แตรไฟฟ้า หรือฉายแสงเลเซอร์ เป็นต้น หรือกระทำการใด ๆ ที่ไม่เหมาะสมในสถานที่จัดการแข่งขัน ได้แก่ การจุดพลุ หรือจุดประทัด หรือจุดไฟเย็น หรือจุดวัตถุอื่นจนเกิดเป็นควัน หรือจุดพลุบริเวณที่ว่างด้านหลังของอัฒจันทร์ ทั้งก่อน หรือระหว่าง หรือหลังจากการแข่งขันจบลงแล้ว จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 60,000 บาท
หากผลจากการกระทำตามวรรคหนึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลใด หรือเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือสถานที่ใด องค์กรสมาชิกต้นสังกัดของกองเชียร์ที่กระทำ จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 70,000 บาท ถึง 150,000 บาท และต้องรับผิดชอบต่อค่ารักษาพยาบาลของผู้ที่ได้รับอันตราย และค่าเสียหายของทรัพย์สินหรือสถานที่ รวมทั้งอาจถูกพิจารณาเพิ่มโทษ
บทที่ 3 ระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท สำหรับการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพ และรายการกีฬาฟุตบอลอื่น ๆ ของสมาคม
ข้อความว่า “กรณีที่องค์กรสมาชิก (ทีม) นักกีฬาฟุตบอล เจ้าหน้าที่ทีม กองเชียร์ขององค์กรสมาชิก หรือเจ้าหน้าที่การแข่งขัน กระทำความผิดตามระเบียบนี้ซ้ำในข้อเดียวกันภายในฤดูกาลแข่งขันเดียวกัน ให้พิจารณาเพิ่มโทษอีกไม่เกินกึ่งหนึ่งของกำหนดโทษที่จะลง”
5. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยแลนด์ เซมิโปร ลีก วันที่ 17 พฤษภาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรเมืองนนท์ ยูไนเต็ด พบ สโมสรฟาโรห์ เพชรบุรี ยูไนเต็ด
- เหตุการณ์
สโมสรฟาโรห์ เพชรบุรี ยูไนเต็ด มิได้เดินทางมาทำการแข่งขัน โดยมีรายละเอียด ดังนี้ เวลา 12.30 น. ผู้ควบคุมการแข่งขันเดินทางถึงสนามแข่งขัน เวลา 13.00 น. ผู้ควบคุมการแข่งขันประชุมร่วมกับฝ่ายจัดการแข่งขันทีมเหย้า (สโมสรเมืองนนท์ ยูไนเต็ด) เวลา 14.00 น. ไม่ปรากฏว่าทีมเยือน (สโมสรฟาโรห์ เพชรบุรี ยูไนเต็ด) เดินทางมาถึงสนามแข่งขันแต่อย่างใด เวลา 14.10 น. ทีมเหย้าได้ส่งใบรายชื่อผู้เข้าร่วมการแข่งขันให้ฝ่ายจัดการแข่งขันเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ทีมเยือนมิได้ส่งใบรายชื่อผู้เข้าร่วมการแข่งขัน เวลา 14.30 น. มีการประชุมผู้จัดการทีม โดยมีเพียงผู้แทนจากสโมสรเมืองนนท์ ยูไนเต็ด เข้าร่วมประชุม พร้อมด้วยผู้ควบคุมการแข่งขันและผู้ประเมินผู้ตัดสิน เพื่อรับทราบและชี้แจงรายละเอียดสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ไม่มีผู้แทนจากสโมสรฟาโรห์ เพชรบุรี ยูไนเต็ด เข้าร่วมประชุม เวลา 14.50 น. ผู้ควบคุมการแข่งขันร่วมกับผู้ตัดสินที่ 4 ได้ทำการตรวจสอบ AD Card ของทีมเหย้า ซึ่งถูกต้องตรงตามใบรายชื่อที่ได้ส่งไว้ทุกประการ เวลา 15.10 น. ผู้ควบคุมการแข่งขันแจ้งต่อสโมสรเมืองนนท์ ยูไนเต็ด ให้รอจนถึงเวลาการแข่งขันอย่างเป็นทางการ (Official Countdown เวลา 16.00 น.) โดยไม่ต้องลงอบอุ่นร่างกายในสนามแข่งขัน และเวลา 16.00 น. เมื่อถึงเวลาการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ผู้ควบคุมการแข่งขันได้แจ้งต่อสโมสรเมืองนนท์ ยูไนเต็ด ว่า มีความจำเป็นต้องยกเลิกการแข่งขันในคู่ดังกล่าว เนื่องจากสโมสรฟาโรห์ เพชรบุรี ยูไนเต็ด มิได้เดินทางมาทำการแข่งขัน และได้รายงานเหตุการณ์ทั้งหมดต่อฝ่ายจัดการแข่งขัน
- ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษสโมสรฟาโรห์ เพชรบุรี ยูไนเต็ด ไม่ไปแข่งขันตามวัน เวลา ที่กำหนด โดยไม่ใช่เหตุจากความบกพร่อง หรือความไม่พร้อมของสถานที่จัดการแข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 3.10 ให้ปรับสโมสรฟาโรห์ เพชรบุรี ยูไนเต็ด แพ้ สโมสรเมืองนนท์ ยูไนเต็ด ประกอบกับบทที่ 3 ของระเบียบดังกล่าว ซึ่งกำหนดว่า “ข้อกำหนดบทลงโทษเรื่องการปรับแพ้ ให้ปรับทีมนั้นเป็นแพ้ โดยให้นับประตูเสียตามที่เสียจริง หากเสียน้อยกว่า 3 ประตู ให้นับประตูเสียเป็น 3 ประตู ส่วนประตูได้ให้ปรับเป็น 0 ประตู” จึงลงโทษปรับสโมสรฟาโรห์ เพชรบุรี ยูไนเต็ด แพ้ สโมสรเมืองนนท์ ยูไนเต็ด 0 ประตูต่อ 3 และปรับเงิน 50,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยแลนด์ เซมิโปร ลีก จึงลงโทษปรับหนึ่งในสี่ปรับเงิน 12,500 บาท และต้องจ่ายค่าใช้จ่ายให้แก่เจ้าหน้าที่การแข่งขันตามที่จ่ายจริง นอกจากนั้นต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย (ถ้ามี) รวมทั้งให้ริบเงินประกันทีมตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกสมัครเล่น รายการไทยแลนด์ เซมิโปร ลีก ข้อ 2.4
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ
ข้อ 3.10 กรณีทีมใดไม่ไปแข่งขันตามวัน เวลา ที่กำหนด หรือไปถึงสนามแล้ว แต่ไม่ลงสนามแข่งขัน โดยไม่ใช่เหตุจากความบกพร่อง หรือความไม่พร้อมของสถานที่จัดการแข่งขัน ให้ปรับทีมนั้นเป็นแพ้ และถูกปรับเงินดังนี้
ครั้งแรกปรับ 50,000 บาท
ครั้งต่อ ๆ ไป ปรับครั้งละ 100,000 บาท
ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายให้แก่เจ้าหน้าที่การแข่งขันตามที่จ่ายจริง นอกจากนั้นต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย
บทที่ 3 ระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท สำหรับการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพ และรายการกีฬาฟุตบอลอื่น ๆ ของสมาคม
ข้อความว่า "ข้อกำหนดบทลงโทษเรื่องการปรับแพ้ ให้ปรับทีมนั้นเป็นแพ้ โดยให้นับประตูเสียตามที่เสียจริง หากเสียน้อยกว่า 3 ประตู ให้นับประตูเสียเป็น 3 ประตู ส่วนประตูได้ให้ปรับเป็น 0 ประตู"
- ระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยแลนด์ เซมิ-โปร ลีก
ข้อ 2.4 การสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน สโมสรต้องจ่ายค่าสมัคร และวางเงินค่าประกันทีมตามจำนวน และเงื่อนไขที่ฝ่ายจัดการแข่งขันกำหนด
สโมสรใดที่ขอถอนทีม หรือถูกพิจารณาให้ถอนทีม เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน หรือไม่เดินทางไปทำการแข่งขันโดยไม่มีเหตุอันสมควร ภายหลังจากที่ฝ่ายจัดการแข่งขันได้ดำเนินการรับสมัครแล้ว จะถูกริบเงินประกัน และฝ่ายจัดการแข่งขันอาจเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้น (ถ้ามี)
การคืนเงินค่าประกันทีม จะดำเนินการคืนเงินให้สโมสรภายใน 60 วัน หลังสิ้นสุดการแข่งขัน โดยสโมสรจะต้องชำระค่าปรับที่เกิดขึ้นในการแข่งขันให้เรียบร้อยก่อน หากเกินระยะเวลาที่กำหนดไว้ สโมสรจะไม่สามารถรับเงินค่าประกันทีมคืนได้
ข้อ 7. การแข่งขัน
7.1 ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันจะต้องมาทำการแข่งขันตาม วัน เวลา และสถานที่จัดการแข่งขัน ตามที่ฝ่ายจัดการแข่งขันกำหนด หากไม่มาทำการแข่งขันจะถูกพิจารณาโทษตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท
National Team Men
11 June 2026
"จักรพันธ์ ปั่นปี" ให้สัมภาษณ์หลังการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียนรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี รอบรองชนะเลิศ
National Team Men
11 June 2026
ทีมชาติไทย U19 เอาชนะ กัมพูชา 4-0 ลิ่วชิงเจ้าอาเซียน U19
National Team Men
10 June 2026
"จักรพันธ์ ปั่นปี" และ “พิชญะ คงศรี” แถลงข่าวก่อนการแข่งขันฟุตบอล ASEAN U19 Boys' Championship 2026 รอบรองชนะเลิศ