22 January 2026

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สรุปผลการประชุมคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ครั้งที่ 29 ประจำฤดูกาล 2568/69

เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท จัดประชุม ครั้งที่ 29 ประจำฤดูกาล 2568/69 โดยมี นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ เป็นประธาน

พิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน

1. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ซีล ไฟว์ ลีกสอง วันที่ 18 มกราคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรบางกอก เอฟซี พบ สโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด (สโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด ร้องเรียนมา 1 เหตุการณ์) 

- เหตุการณ์ 
ในนาทีที่ 61 ผู้เล่นหมายเลข 10 นายอาทิตย์ บุตรจินดา สโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด ถูกผู้เล่นหมายเลข 33 นายอดิศักดิ์ สีบุญมี สโมสรบางกอก เอฟซี ใช้มือดึงเสื้อจนล้มลงในกรอบเขตโทษ โดยผู้ตัดสินได้เป่าให้เป็นการทำฟาลว์ของผู้เล่นหมายเลข 10 นายอาทิตย์ บุตรจินดา สโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด พร้อมทั้งคาดโทษ (ใบเหลืองที่สอง) และตามด้วยไล่ออก (ใบแดง) ต่อมา VAR ได้ทำการตรวจสอบและเรียกผู้ตัดสินมา (On-Field-Review) เมื่อผู้ตัดสินตรวจสอบแล้ว ผู้ตัดสินยังคงยืนยันคำตัดสินเดิม ซึ่งทางสโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด มองว่า ผู้เล่นหมายเลข 33 นายอดิศักดิ์ สีบุญมี สโมสรบางกอก เอฟซี เป็นผู้ทำฟาวล์โดยการดึงเสื้อคู่แข่งขันในกรอบเขตโทษ ควรให้เป็นการฟาวล์ และให้เป็นการเตะโทษ ณ จุดโทษ แก่สโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด อีกทั้งการคาดโทษใบเหลืองที่สองแก่ผู้เล่นหมายเลข 10 นายอาทิตย์ บุตรจินดา สโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด นั้น ไม่ถูกต้อง

- ผลพิจารณา
ลงโทษนายจิรายุ โลหะพรม ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 2 สัปดาห์ เนื่องจากการที่ผู้เล่นหมายเลข 33 นายอดิศักดิ์ สีบุญมี สโมสรบางกอก เอฟซี ใช้มือจับและเบียดแย่งบอลกับผู้เล่นหมายเลข 10 นายอาทิตย์ บุตรจินดา สโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด ไม่ได้ส่งผลกระทบจนเป็นเหตุให้ผู้เล่นฝ่ายรุกล้มลงแต่อย่างใด โดยลักษณะการเข้าแย่งชิงเป็นไปตามปกติของการแข่งขัน และไม่เข้าข่ายเป็นการกระทำผิดกติกา แต่การที่ผู้ตัดสินพิจารณาเป่าฟาวล์และลงโทษคาดโทษผู้เล่นหมายเลข 10 นายอาทิตย์ บุตรจินดา สโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด ด้วยใบเหลืองที่ 2 ในกรณีแกล้งล้ม (Simulation) นั้น ถือว่าไม่ถูกต้อง เนื่องด้วยหลักการพิจารณาการกรณีแกล้งล้มเพื่อตบตาผู้ตัดสิน ต้องเป็นกรณีที่ผู้เล่นล้มลงโดยปราศจากการสัมผัสจากฝ่ายตรงข้ามโดยสิ้นเชิง แต่ในเหตุการณ์นี้ปรากฏชัดว่ามีการสัมผัสร่างกายเกิดขึ้นจริง จึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นการแกล้งล้ม ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินลงโทษด้วยการคาดโทษ (ใบเหลืองที่ 2) แก่ผู้เล่นคนดังกล่าว ถือว่าไม่ถูกต้องตามกติกา 

2. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 17 มกราคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรพราม แบงค็อก พบ สโมสรมหาวิทยาลัยปทุมธานี (สโมสรพราม แบงค็อก ร้องเรียนมา 1 เหตุการณ์) 

- เหตุการณ์ 
ในนาทีที่ 1 จากจังหวะแย่งชิงบอลกันบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ผู้เล่นหมายเลข 3 นายนนทวัฒน์ กลิ่นจำปาศรี สโมสรมหาวิทยาลัยปทุมธานี เอฟซี ใช้เท้าซ้ายเหยียบไปที่หน้าแข้งซ้ายของผู้เล่นหมายเลข 22 นายไชยพฤกษ์ จิราจินต์ สโมสรพราม แบงค็อก อย่างรุนแรงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยผู้ตัดสินได้ทำการเป่าฟาวล์และคาดโทษ (ใบเหลือง) แก่ผู้เล่นหมายเลข 3 นายนนทวัฒน์ กลิ่นจำปาศรี สโมสรมหาวิทยาลัยปทุมธานี เอฟซี ซึ่งทางสโมสรพราม แบงค็อก มองว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการเล่นที่รุนแรง (Serious Foul Play) อย่างชัดเจน ผู้ตัดสินควรพิจารณาลงโทษด้วยการไล่ออก (ใบแดง) แก่ผู้เล่นคนดังกล่าว

- ผลพิจารณา
1) ลงโทษนายก่อเกียรติ บุญชู ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 2 สัปดาห์ เนื่องจากผู้เล่นหมายเลข 3 นายนนทวัฒน์ กลิ่นจำปาศรี สโมสรมหาวิทยาลัยปทุมธานี เอฟซี ได้เหยียดเท้าเข้าปะทะด้วยฝ่าเท้าที่เหยียดตรง กระทบเข้าที่บริเวณโคนน่องของผู้เล่นหมายเลข 22 นายไชยพฤกษ์ จิราจินต์ สโมสรพราม แบงค็อก อย่างชัดเจน ส่งผลให้ผู้เล่นหมายเลข 22 นายไชยพฤกษ์ จิราจินต์ สโมสรพราม แบงค็อก ได้รับบาดเจ็บสาหัส (ขาหัก) เป็นการเล่นที่ใช้กำลังรุนแรงเกินกว่าเหตุ (Using Excessive Force) และเป็นการกระทำผิดกติกาอย่างร้ายแรง (Serious Foul Play) ซึ่งตามกติกาผู้กระทำผิดต้องถูกลงโทษด้วยการไล่ออก (ใบแดง) ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินคาดโทษ (ใบเหลือง) ถือว่าไม่ถูกต้องตามกติกา

2) ลงโทษผู้เล่นหมายเลข 3 นายนนทวัฒน์ กลิ่นจำปาศรี สโมสรมหาวิทยาลัยปทุมธานี เจตนาทำร้ายร่างกายคู่แข่งขันจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกทำร้ายได้รับอันตรายบาดเจ็บสาหัส มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 1.12 (3) ถูกพักการแข่งขันและห้ามเข้าสนาม 8 นัด และปรับเงิน 80,000 บาท แต่เป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 3 จึงลงโทษปรับหนึ่งในสี่ ปรับเงิน 20,000 บาท 

3. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 18 มกราคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรระนอง ยูไนเต็ด พบ สโมสรกระบี่ เอฟซี (สโมสรระนอง ยูไนเต็ด ร้องเรียนมา 2 เหตุการณ์) 

- เหตุการณ์ที่ 1 
ในนาทีที่ 76 ผู้เล่นหมายเลข 10 นายเมษนันท์ ยะลา สโมสรระนอง ยูไนเต็ด เข้าถึงบอลก่อนผู้รักษาประตูหมายเลข 31 Mr. LUCAS DANIEL ECHENIQUE สโมสรกระบี่ เอฟซี ซึ่งได้เข้ามาปะทะจนล้มลง ต่อจากนั้น ผู้เล่นหมายเลข 10 นายเมษนันท์ ยะลา สโมสรระนอง ยูไนเต็ด สามารถทำประตูได้ โดยผู้ตัดสินได้เป่าฟาวล์ให้แก่ผู้รักษาประตูสโมสรกระบี่ เอฟซี ทำให้สโมสรระนอง ยูไนเต็ด ไม่ได้ประตู ซึ่งทางสโมสรระนอง ยูไนเต็ด เห็นว่า การปะทะดังกล่าวเกิดจากการที่ผู้รักษาประตูสโมสรกระบี่ เอฟซี เป็นฝ่ายเข้าชนคู่แข่งขัน จึงทำให้เกิดการล้มลงเอง โดยไม่ได้มีการกระทำผิดกติกาจากผู้เล่นสโมสรระนอง ยูไนเต็ด แต่อย่างใด
   
- ผลพิจารณา
นายวิลาศ อรุณรัตน์ ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง เนื่องจากจังหวะที่ผู้เล่นหมายเลข 10 นายเมษนันท์ ยะลา สโมสรระนอง ยูไนเต็ด เตะลูกบอลหลบผู้รักษาประตูนั้น ลูกบอลได้สัมผัสกับมือของผู้เล่นในทันทีทันใด (Immediately) โดยไม่ได้สัมผัสผู้เล่นคนอื่น ก่อนที่ผู้เล่นจะครอบครองบอลและทำประตูได้โดยตรง (Directly) ซึ่งเป็นการกระทำผิดกติกาข้อ 12 Fouls and Misconduct หัวข้อ Handling the Ball ที่กำหนดไว้ว่า It is an offence if a player:  • scores in the opponents’ goal: • directly from their hand/arm, even if accidental, including by the goalkeeper • immediately after the ball has touched their hand/arm, even if accidental จึงไม่สามารถให้เป็นประตูได้ ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินเป่าฟาลว์ผู้เล่นคนดังกล่าว ถือว่าถูกต้องตามกติกา

- เหตุการณ์ที่ 2
นาทีที่ 90+6 หลังจากที่ผู้ตัดสินบาดเจ็บ ได้มีการเปลี่ยนให้ผู้ตัดสินที่ 4 ทำหน้าที่แทนในสนามนั้น ได้มีจังหวะที่ผู้เล่นหมายเลข 10 นายเมษนันท์ ยะลา สโมสรระนอง ยูไนเต็ด เจตนามาเล่นบอลในกรอบเขตโทษ แต่ถูกผู้เล่นหมายเลข 12 นายพุทธิพงศ์ ชะอุ่ม สโมสรกระบี่ เอฟซี เตะล้มลงในกรอบเขตโทษ โดยผู้ตัดสินได้เป่าฟาวล์ให้แก่สโมสรกระบี่ เอฟซี จึงทำให้สโมสรระนอง ยูไนเต็ด ไม่ได้จุดโทษ ซึ่งทางสโมสรฯ เห็นว่า จังหวะดังกล่าวผู้เล่นหมายเลข 12 นายพุทธิพงศ์ ชะอุ่ม สโมสรกระบี่ เอฟซี เป็นผู้กระทำฟาวล์และควรให้สโมสรระนอง ยูไนเต็ด ได้เตะโทษ ณ จุดโทษ

- ผลพิจารณา
นายวัชรวิทย์ สุวรรณรักษา ผู้ตัดสินที่ 4 ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง เนื่องจากผู้เล่นหมายเลข 12 นายพุทธิพงศ์ ชะอุ่ม สโมสรกระบี่ เอฟซี (ฝ่ายรับ) พยายามเหวี่ยงเท้าออกไปเพื่อเตะสกัดลูกบอล ผู้เล่นหมายเลข 10 นายเมษนันท์ ยะลา สโมสรระนอง ยูไนเต็ด (ฝ่ายรุก) ได้วิ่งเคลื่อนที่เข้ามาในทิศทางเดียวกับการเหวี่ยงเท้าของฝ่ายรับ ในลักษณะเข้าขวางเส้นทางการเตะเพื่อเล่นลูกบอล จากภาพเหตุการณ์ปรากฏว่า ลูกบอลลอยอยู่ในอากาศด้านหน้าของผู้เล่นทั้งสองราย โดยยังไม่มีผู้เล่นฝ่ายใดอยู่ในตำแหน่งหรือมีโอกาสที่ชัดเจนในการครอบครองลูกบอล ทั้งนี้ ในจังหวะสุดท้าย ฝ่ายรับกำลังพยายามเตะลูกบอล ขณะที่ฝ่ายรุกได้เคลื่อนที่เข้าหาในลักษณะขวางการเตะ ส่งผลให้เท้าของฝ่ายรับที่เหวี่ยงออกไปสัมผัสเข้าที่บริเวณใต้เข่าของผู้เล่นฝ่ายรุก การกระทำของผู้เล่นฝ่ายรุกเข้าข่ายความผิดตามกติกาข้อ 12 Fouls and Misconduct ในลักษณะการกระโดดเข้าใส่คู่ต่อสู้ Jumping at an opponent ซึ่งเป็นความผิดที่ต้องลงโทษด้วยโทษโดยตรง ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินเป่าให้ผู้เล่นฝ่ายรับได้ฟาลว์ ถือว่าถูกต้องตามกติกา

ข่าวสารอื่นๆ

Events

22 January 2026

ฟีฟ่า เปิดรับสมัครสอบ FIFA Football Agents Examination ครั้งที่ 6 ผ่านระบบ Online

ฟีฟ่า เปิดรับสมัครสอบ FIFA Football Agents Examination ครั้งที่ 6 ผ่านระบบ Online

Competitions

22 January 2026

มติที่ประชุมไทยลีก เห็นชอบปรับเปลี่ยนโควตานักกีฬาต่างชาติฤดูกาลหน้า (2026/27) และเตรียมปรับรูปแบบ U21 ลีก

มติที่ประชุมไทยลีก เห็นชอบปรับเปลี่ยนโควตานักกีฬาต่างชาติฤดูกาลหน้า (2026/27) และเตรียมปรับรูปแบบ U21 ลีก

National Team Men

22 January 2026

สมาคมฯ ต่อสัญญา "ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล" หัวหน้าผู้ฝึกสอน ทีมชาติไทย U23 ทำหน้าที่ถึงมหกรรมเอเชียน เกมส์ ครั้งที่ 20

สมาคมฯ ต่อสัญญา "ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล" หัวหน้าผู้ฝึกสอน ทีมชาติไทย U23 ทำหน้าที่ถึงมหกรรมเอเชียน เกมส์ ครั้งที่ 20